posttoday
กฟผ.เผยน้ำใน2เขื่อนใหญ่ภาคเหนือยังน้อย

กฟผ.เผยน้ำใน2เขื่อนใหญ่ภาคเหนือยังน้อย

29 กรกฎาคม 2557

กฟผ.เผยปริมาณน้ำใน เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์ ยังมีน้อย ไม่ถึง 40% ของความจุ ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำประหยัด

กฟผ.เผยปริมาณน้ำใน เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์ ยังมีน้อย ไม่ถึง 40% ของความจุ ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำประหยัด

นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อน ว่า หลังเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อวันที่27 พฤษภาคม ถึงปัจจุบัน  มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพล จ.ตากเพียง 288 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.) น้อยกว่าค่าเฉลี่ยมากถึงร้อยละ58 หรือ 390 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกันมีการระบายน้ำจากเขื่อน จำนวน1,078 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเกษตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลลดลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณน้ำในเชื่อน ร้อยละ30 ของความจุ มีปริมาณน้ำใช้งานได้เหลืออยู่ในอ่างฯ 284ล้าน ลบ.ม. นับว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยที่สุดเป็นลำดับที่3 รองจากที่เคยเกิดในปี 2535 และปี 2553

สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์มีสถานการณ์น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำดีกว่า โดยในช่วงวันที่27พฤษภาคม - 28 กรกฎาคม 2557 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างจำนวน 845 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 24 หรือ 274 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกันมีการระบายน้ำจากเขื่อน จำนวน1,105 ล้าน ลบ.ม.เพื่อการเกษตร โดยมีปริมาณน้ำในอ่างฯ ร้อยละ36 ของความจุ และมีปริมาณน้ำใช้งานได้เหลืออยู่ในอ่าง 537 ล้าน ลบ.ม. นับว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยที่สุดเป็นลำดับที่4 รองจากที่เคยเกิดในปี 2535, 2556 และปี 2530

ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนอื่นๆ นั้นเริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ บ้างแล้ว แต่ยังนับว่าอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากฝนที่ตกลงมายังอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าค่าปกติ จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกร และประชาชนทั่วไป ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำได้ในอนาคต

นอกเหนือจากภาวะปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน กฟผ.อยู่ในเกณฑ์น้อย ซึ่งต้องวางแผนการใช้น้ำอย่างรัดกุมแล้ว ในปีนี้ กฟผ.ยังมีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันออก ที่มีปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ของ กฟผ. ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนในช่วงเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม มากกว่าค่าสถิติที่เคยปรากฎ ทำให้มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ เพิ่มมากขึ้นอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้ กฟผ.ได้เฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อการวางแผนเก็บกักและระบายน้ำจากอ่างฯ ให้เหมาะสม โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร