
ชูยาแรงปราบโกง ยึดทรัพย์-ประหารชีวิต
หลายคนยังไม่เชื่อกับคำประกาศปิดฉากทางการเมืองของ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งต้องติดตามสัจจวาจานี้ว่าจริงหรือไม่
หลายคนยังไม่เชื่อกับคำประกาศปิดฉากทางการเมืองของ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งต้องติดตามสัจจวาจานี้ว่าจริงหรือไม่ กระนั้น เส้นทางบนถนนอำนาจของแกนนำเสื้อแดงได้ผ่านมากว่า 30 ปี เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้ดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา สส.นครราชสีมา พรรคกิจสังคม เรื่อยมาจนเป็นผู้ติดตาม มนตรี ด่านไพบูลย์ มาสังกัดพรรคความหวังใหม่ ต่อด้วยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ครั้งแรกที่ จ.นครราชสีมา สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้รับเลือก
การเลือกตั้งปี 2544 แรมโบ้อีสาน ลงสมัครอีกครั้งในสังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกเป็น สส.ครั้งแรก ต่อมาในปี 2555 สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ได้รับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่หลักเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เคลียร์ปัญหากับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งภาคประชาชนและการเมือง
สุภรณ์ คลุกคลีอยู่กับการเมืองมานาน ได้เสนอแนวทางการปฏิรูปการเมืองไว้ว่า สิ่งแรกที่จะสามารถสกัดกั้นการคอร์รัปชั่นได้ คือการเมืองต้องกำหนดบทบาทของ สส.ให้อยู่ในขอบจำกัด ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ให้แยกกันแบบชัดเจน เพื่อที่จะได้ไม่มีใครอยากจะแข่งขันหรือทุ่มทุนสร้าง เช่นอยากเป็น สส. โดยต้องแลกกับเงิน 50 ล้านบาท แล้วคิดไปถอนทุนคืนภายหลังได้ตำแหน่ง
“ส่วนคนที่อยากจะเป็นรัฐมนตรีแล้วคิดว่าเข้าไปจะคอร์รัปชั่น พวกนี้ต้องใช้กฎหมายยาแรง เด็ดขาดถึงขั้นประหารชีวิต ยึดทรัพย์ทั้งตระกูล ถ้าเป็นแบบนี้ใครก็ไม่กล้าคอร์รัปชั่น สำหรับ สส. สว. ต้องกำหนดบทบาทให้ชัดว่ามีอำนาจแค่ไหน เพราะถ้าเข้าไปก้าวก่ายแล้วหาผลประโยชน์ ต่อไปจะเกิดการคอร์รัปชั่นอย่างมหาศาล แต่ถ้าอำนาจหน้าที่ถูกจำกัด ไม่มีบทบาท เป็นเพียงแค่ตัวแทนประชาชนไปออกกฎหมาย ไม่มีอำนาจอภิสิทธิ์พิเศษอะไร จะช่วยลดการคอร์รัปชั่นไปได้มาก ดังนั้นต้องคิดสูตรสกัดทุกช่องทาง ขณะเดียวกันต้องสกัดข้าราชการด้วย อย่ามองเพียงนักการเมืองฝ่ายเดียว ถ้าจับได้ว่าข้าราชการไปให้ความร่วมมือทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องมีบทลงโทษแบบยาแรงให้เท่ากัน” สุภรณ์ อธิบาย
ประเด็นการปฏิรูปพรรคการเมือง ต้องหามาตรการให้พรรคไม่สามารถสั่งให้ สส. สมาชิกพรรค หรือรัฐมนตรี ซ้ายหัน ขวาหันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นให้ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรค เพราะมีข้อเสียคือ สส.บางคนจะไปขายตัว เช่น เพื่อสนับสนุนโหวตนายกรัฐมนตรี โหวตรัฐมนตรี ซึ่งมันไม่ใช่บทบาทที่ สส.ควรจะทำ จะเห็นว่าการขายตัวในอดีตมีประโยชน์ เพื่อให้อีกพรรคหนึ่งสามารถตั้งรัฐบาลได้ เหมือนสมัยงูเห่า ดังนั้น สส.ต้องไม่มีสิทธิที่จะโหวตเลือกรัฐบาล เลือกนายกฯ ห้ามก้าวก่ายหน้าที่ฝ่ายบริหาร ต้องตัดตอนวงจรตรงนี้ออกไป
หลังจากที่มีการคิดค้นสูตรการปฏิรูปการเลือกตั้งและข้อเสนอที่ว่าให้ สส.มีสัดส่วนมาจากการสรรหา มาจากกลุ่มอาชีพ นั้น สุภรณ์ สำทับข้อเสนอแนะและข้อทักท้วงไว้อย่างน่าคิด
“ส่วนตัวรูปแบบการสรรหาไม่ได้ขัดข้อง แต่ต้องดูที่มาที่ไปของคณะกรรมมาสรรหาว่ามาอย่างไร เป็นคนมาจากกลุ่มไหนหรือไม่ บริสุทธิ์หรือไม่ เป็นกลางหรือไม่ แต่ถ้าเป็นคนที่สามารถล็อบบี้ได้ เอาแต่พรรคพวก เพื่อนพ้อง ก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน อะไรก็แล้วแต่มาจากประชาชนดีที่สุด เช่น หาก สส.ต้องมาจากกลุ่มอาชีพ ก็ให้สมาชิกกลุ่มอาชีพเลือกเข้ามา ทั้งหมดอยู่ที่หลักการคิด การเขียนข้อกฎหมายว่าจะกำหนดข้อพึงระวังเหล่านี้อย่างไร แต่ยืนยันว่าหากมาจากการแต่งตั้งยังไงก็ไม่ถนัด”
เมื่อพูดถึงบทบาทสำคัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่สุภรณ์อยากจะเสนอตัวเข้าไปช่วยในการมีส่วนร่วม เพื่อเป็นสวนหนึ่งของการช่วยผลักดันการเดินหน้าประเทศ
“จุดสำคัญของ สนช. คือหัวใจที่บริสุทธิ์และคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องช่วยกันในการแสดงความบริสุทธิ์และจริงใจ เห็นอะไรที่เป็นประโยชน์เหมาะสมก็ควรจะทำ และต้องตัดวงจรอุบาทว์ ช่องโหว่ของการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไรออกไปให้ได้ นี่คือสิ่งที่คุณต้องแสดงออกมาในการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อแก้กฎหมายร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน ให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญที่ดีแม้จะไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคมไทยมากที่สุด
แรมโบ้อีสาน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในวงจรความขัดแย้ง มองปัญหาการเมืองว่า เกิดจากหลายปัจจัยประกอบด้วย 1.อำนาจ โดยเฉพาะอำนาจของพรรการเมือง ของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติข้าราชการ ที่มีมากไป เพราะอะไรที่มากเกินไป อำนาจจะถูกใช้ในทางที่ผิดจะก่อเกิดปัญหามากมาย บ้านเมืองไปไม่ได้ การปฏิรูปครั้งนี้จะต้องลดบทบาทเรื่องของอำนาจ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และความเสมอภาคก็จะตามมา สุดท้ายประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด
2.จิตสำนึกบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ สิ่งนี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักให้มาก จะอยู่ในบทบาทของตัวเองอย่างไร อย่าทำอะไรที่นอกเหนือกติกาที่ถูกกำหนดไว้
3.การทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องออกข้อกฎหมายแบบยาแรง ยึดทรัพย์ ประหารชีวิต เพราะถือว่าเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ
4.ข้อกฎหมาย กฎหมายเมืองไทยมีมากเกินไป อีกทั้งยังมีช่องว่าง ที่ถูกนำมาเอื้อประโยชน์ ให้ทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการเข้ามาแสวงหาอำนาจได้ เราต้องไปแก้ ไปลดทอน ปรับปรุง กระชับข้อกฎหมาย ให้ทันต่อภาวะโลก ภาวะเหตุการณ์ในปัจจุบัน ต้องโละทิ้งกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ในการทุจริตคอร์รัปชั่นออกไป ขณะเดียวกันหากกฎหมายมีมาก เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้น ต่างคนจะยึดกฎหมายที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง หรือผิดน้อยที่สุด สุดท้ายก็คุยกันไม่รู้เรื่อง จนกลายเป็นปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
เมื่อร่ายมาถึงปัญหาของประชาชน แน่นอนหนีไม่พ้นเรื่องของม็อบที่ทุกรัฐบาลต้องเจอ และรับมือแก้ปัญหา เพราะม็อบมักสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล
“ต้องเข้าใจว่าม็อบมี 2 ประเภท คือม็อบชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง ที่รัฐบาลต้องรับทุกเรื่องราวแล้วรีบนำปัญหาไปแก้ไข แต่สำหรับม็อบการเมืองที่ถูกจัดตั้งขึ้น ตอนนี้ถึงเวลาแล้วอยากให้ทุกกลุ่มอย่าเคลื่อนไหว ให้อดทนรอ ให้โอกาสรัฐบาลชั่วคราว ให้โอกาส คสช.ในการแก้ปัญหา เราทะเลาะกันมานับ 10 ปี บ้านเมืองบอบช้ำมามาก” อดีตรองเลขาธิการนายกฯ ขอร้อง
เมื่อถามถึงข้อเสนอ ให้ คสช.ล้างคดีการเมืองนั้น รวมถึงคดีในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่ สุภรณ์ได้แต่ยิ้มเล็กๆ พูดอ้อมแอ้มว่า “อันนี้ขอไม่ออกความเห็นนะ เดี๋ยวจะไปก้าวล่วง”







