
หนุน2ขั้วอำนาจ"คสช."คุมรัฐบาล
นักวิชาการหนุน 2 ขั้วอำนาจ คสช.-รัฐบาล หวั่นรัฐประหารเสียของซ้ำรอยปี 2549
นักวิชาการหนุน 2 ขั้วอำนาจ คสช.-รัฐบาล หวั่นรัฐประหารเสียของซ้ำรอยปี 2549
นักวิชาการและอดีตสมาชิกวุฒิสภามีความเห็นสอดคล้องกันว่า ความสัมพันธ์อำนาจระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลใหม่ จะต้องกำหนดดุลยภาพให้ทำงานควบคู่กันไปโดยไม่ซ้ำซ้อน การมี 2 อำนาจจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าจะมีการแก้ปัญหาความขัดแย้งในชาติได้
นายตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า คาดเดาได้ไม่ยากว่า คสช.ไม่ต้องการให้การรัฐประหารเปล่าประโยชน์เหมือนเมื่อปี 2549 การคงอำนาจของ คสช.ไว้ เนื่องจากยังแน่ใจไม่ได้ว่ารัฐบาลจะทำตามอย่างที่ คสช.คาดหวังหรือไม่ หากรัฐบาลทำงานผิดพลาด คสช.ยังสามารถดึงอำนาจกลับได้ จึงเป็นความรอบคอบ ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้
“ด้านหนึ่งประชาชนมั่นใจมากขึ้นที่ประเทศมีรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการมากกว่ามี คสช.เพียงอย่างเดียว ซึ่งการเกิด 2 อำนาจอาจแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติได้ แม้จะแตกต่างจากประชาธิปไตยแบบเดิมที่ผ่านมากว่า10 ปี” นายตระกูล กล่าว
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตว่าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ธรรมนูญการปกครองชั่วคราว จะมีความสำคัญที่สุดต่อการบริหารงาน และการทำงานของฝ่ายต่างๆ เชื่อว่า ถ้าเขียนมาอย่างชัดเจน ครอบคลุมในเรื่องของอำนาจหน้าที่ระหว่าง คสช.กับรัฐบาล ที่จะมีขึ้นหลังจากประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองให้มีดุลยภาพไม่ซ้ำซ้อนก็จะสามารถทำงานควบคู่กันไปได้ ไร้ปัญหาความขัดแย้ง และสามารถเดินหน้าในการปฏิรูปประเทศตามแผนที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน
ด้าน นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับเห็นว่า การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่าง คสช.และรัฐบาลจะเกิดขึ้นหรือไม่อยู่ที่รัฐมนตรีจะทำหน้าที่สอดคล้องกับแนวทางของ คสช.ที่ตั้งไว้หรือไม่
“รัฐบาลไม่ใช่มีแค่นายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่ยังมีรัฐมนตรีที่มาจากหลายส่วน จึงยังฟันธงไม่ได้ว่าการเกิด 2 อำนาจจะเป็นการถ่วงดุลตรวจสอบกันเองได้อย่างไร ซึ่งต้องรอให้เห็นหน้าตาของรัฐบาลใหม่ก่อน” นายไชยันต์ กล่าว
นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับ 9 ยุทธศาสตร์แนวทางการพัฒนาประเทศของ คสช. โดยเฉพาะการพัฒนาคนสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ในมุมของคนทำธุรกิจหนังสืออยากให้ผลักดันยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม







