posttoday
เอกชนชงตั้งกองทุนหมื่นล. ช่วยเหยื่อม็อบ

เอกชนชงตั้งกองทุนหมื่นล. ช่วยเหยื่อม็อบ

25 พฤษภาคม 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ส.อ.ท. เสนอรัฐบาลตั้งกองทุน 1 หมื่นล้าน เยียวยาผู้ประกอบการ ด้านหอการค้าไทยชงเร่งลดเหลื่อมล้ำสังคมใช้ของไทย

และเที่ยวเมืองไทยนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. ว่า มาตรการความช่วยเหลือที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลช่วย ได้แก่ การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นวิธีที่ดำเนินการเร็วที่สุด และดีกว่าการทำงบประมาณผ่านสถาบันการเงิน ที่จะต้องมีระเบียบมาก ทำให้สุดท้ายแทบจะไม่ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเลย

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจะนำมาช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการชดเชยดอกเบี้ย การจ้างงาน ค่าเช่าสถานที่ในเบื้องต้น การปรับปรุงกิจการ อาคารร้านค้า เป็นต้น

รวมทั้งต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประกอบการทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยภาคเอกชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาผ่านคณะกรรมการร่วม 3 สมาคม (กกร.)เพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจน มีระบบ และตรงความต้องการของผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุด ซึ่งทางส.อ.ท. ได้ตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษเข้ามาดูแลและช่วยเหลือผู้ประกอบการกันเองด้วย โดยจะประสานความร่วมมือกับภาครัฐในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับคืนมา

ขณะเดียวกันภาคเอกชนจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุน โดยจะส่งหนังสือไปยังหอการค้าต่างประเทศ และสภาอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าของไทย เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย และให้รับทราบสถานการณ์ในปัจจุบันที่ไทยยังคงเป็นประเทศที่สามารถผลิตสินค้าได้ตามกำหนด และยังคงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญอยู่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของคู่ค้าให้กลับคืนมา และเป็นการรักษาตลาดส่งออกของไทยไม่ให้ลูกค้าหนีไปสั่งซื้อสินค้าจากประเทศอื่น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งหนังสือชี้แจงได้หลังจากมีการยกเลิกเคอร์ฟิว และพรก.ฉุกเฉินแล้ว

สำหรับการประกาศเคอร์ฟิว ได้ส่งผลต่อการส่งสินค้าในเวลากลางคืนค่อนข้างมาก จึงต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในส่วนนี้ด้วย เพราะที่ผ่นมาแม้จะมีใบอนุญาตที่ถูกต้องก็ยังไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ ซึ่งหากรัฐบาลพิจารณาว่าสถานการณ์กลับมาสู่ความสงบแล้วก็ควรจะประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว และพรก.ฉุกเฉินด้วยเช่นเดียวกัน เพราะในสายตาของชาวต่างชาติจะเป็นกังวลต่อการประกาศในลักษณะดังกล่าว และเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวสูง

“หลังจากนี้ทุกส่วนคงต้องร่วมมือกันดำเนินการตามแผนปรองดองอย่างจริงใจต่อกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูบ้านเมือง เพราะหากต้องการสร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้า หรือนักลงทุนต่างชาติให้ได้ ก็คงต้องทำให้เหตุการณ์ภายในประเทศกลับมาอยู่ในภาวะปกติได้ก่อน” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยขอให้ทุกฝ่ายร่วมใจกันแก้ไขปัญหาใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ยุติความแตกแยกซึ่งทุกฝ่ายจะต้องให้ความสำคัญร่วมกัน พร้อมใจกันรณรงค์ และเห็นแก่ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ

2.ลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ โดยการยกระดับรายได้ของคนในภาคเกษตรและแรงงานให้สูงขึ้น ซึ่งมีหลายวิธีการได้แก่ ลดต้นทุนการผลิต โดยการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น จัดระบบเพื่อทำให้ผลผลิตสินค้าและบริการมีคุณค่าสูงขึ้น 3.สนับสนุนให้คนไทยใช้ผลผลิตของไทยและท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเป็นการขยายตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะผลผลิตที่เกิดจากการผลิตในส่วนภูมิภาค เพื่อให้มีรายได้และเงินหมุนเวียนลงไปในระดับท้องถิ่นและ 4.ป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันในระดับต่างๆ อย่างจริงจัง

“ข้อเสนอดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทสชาติ ซึ่งเอกชนจะมีการวางแผนเพื่อดำเนินการตามกรอบที่วางไว้ ส่วนมาตรการช่วยเหลือต่างๆ เห็นว่าที่รัฐบาลทำก็ดี และเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรซ้ำๆ กัน” นายดุสิต กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่