posttoday
ตามจับด้วย IP เผยวิธีแกะรอยขั้นเทพ

ตามจับด้วย IP เผยวิธีแกะรอยขั้นเทพ

07 มิถุนายน 2557

การติดตามตัวและผู้กระทำความผิดในโลกของ Social Media หรือโลกออนไลน์ เขาทำกันอย่างไร

โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ

การติดตามตัวและผู้กระทำความผิดในโลกของ Social Media หรือโลกออนไลน์ เขาทำกันอย่างไร

การจับกุมผู้ต้องหาที่มีการกระทำความผิดทางการจราจรคอมพิวเตอร์หลายๆ รายของตำรวจไทยไปจนถึงข่าวล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ที่เป็นข่าวครึกโครม ที่เจ้าตัวถึงกับออกปากยอมรับการทำงานของ คสช. ว่า เจ๋งจริง นั้น มีเบื้องหลังที่เป็นได้ดังนี้

ข้อมูลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ส่วนใหญ่ขบวนการติดตามมักจะเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพที่ถ่ายจากกล้องของผู้ต้องหา เพื่อนๆ รวมถึงหลักฐานแวดล้อมต่างๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น การเขียนข้อความบน Facebook ของผู้ต้องหาการออนไลน์เข้าสู่โลกไซเบอร์ การเขียนข้อความลง Twitter เป็นต้น

หลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว จึงนำมาวิเคราะห์ ถ้าตัดเรื่องของวิธีพิสูจน์และวิเคราะห์ส่วนอื่นๆ ไปแล้วมาพูดถึงเฉพาะขบวนการทางคอมพิวเตอร์อย่างเดียวก็จะมีขั้นตอนที่ไม่ได้ซับซ้อนมากเกินไปที่จะใช้สำหรับติดตามตัวผู้ต้องหาผ่านโลกออนไลน์

สิ่งที่ต้องเข้าใจโลกของคอมพิวเตอร์

เริ่มจากในเครื่องคอมพิวเตอร์ในบ้านก่อน พึงเข้าใจว่า เวลาที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยส่วนใหญ่มักจะมีการเก็บข้อมูลและหลักฐาน (Log) โดยที่เราไม่รู้ตัว เนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ว่า ทำอะไรไปบ้างผ่านกระบวนการคำนวณข้อมูลของตัวคอมพิวเตอร์เองที่มีแต่เลข 0 และ 1 เต็มไปหมด

นั่นแปลว่า การที่เราทำอะไรก็แล้วแต่ในคอมพิวเตอร์ เช่น การติดตั้งโปรแกรม หรือการ Chat กับคนอื่นๆ ในโลกออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการเขียนข้อความต่างๆ ลงที่ Faceboook หรือ Twitter ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเก็บข้อมูลชุดนี้อยู่เช่นเดียวกันนั่นเอง

นี่เป็นวิธีหนึ่งในการติดตามหรือใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวิเคราะห์ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเราจะต้องสามารถเข้าถึง Computer เครื่องนั้นๆ ได้ ถึงจะเห็นข้อมูลชุดนี้ได้

ในกรณีของข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งได้นั้น จะใช้อีกวิธีหนึ่งในการค้นหา เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเครื่อง Computer ของผู้ต้องหาได้ ดังนั้นข้อมูลที่มีเหลืออยู่ก็คือข้อมูลที่ถูกเขียนลงตาม Social Media ช่องทางต่างๆ นั่นเอง

การเขียนข้อความต่างๆ ลงระบบ Social Media ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็แล้วแต่ ทางผู้ให้บริการ (Facebook, Twitter, etc..) จะมีการเก็บข้อมูลชุดนั้นๆ ไว้เสมอ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะมีประโยชน์ในแง่ของกฎหมายในภายหลังได้หากมีข้อขัดแย้งต่างๆ ซึ่งถ้าลองมาดูจากข้อมูลที่มีการจัดเก็บไว้จากผู้ให้บริการจะพบว่า ผู้ให้บริการ Social Media ต่างๆ จะมีการเก็บข้อมูลไว้ว่าใครเป็นคนเขียนข้อมูลนั้นๆ ไว้ ซึ่งสามารถดูได้จากข้อมูลที่มีการลงทะเบียนไว้กับระบบ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงก็ได้ในโลกออนไลน์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานคนนั้นๆ จะไม่มีทางรู้เลยว่าผู้ให้บริการทำการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานไว้คือที่อยู่ของผู้ที่เขียนข้อความนั้นๆ ซึ่งจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของ IP Address หรือเลขที่อยู่ของคอมพิวเตอร์นั่นเอง

IP Address คืออะไร

ให้ลองหลับตานึกถึงวิธีการส่งจดหมายธรรมดาๆ ก่อน

สิ่งที่จะต้องทำเวลาส่งจดหมายให้ไปถึงปลายทางคือ การใส่ข้อมูลของผู้รับผู้ส่งจ่าหน้าซองลงไปให้ชัดเจน หลังจากนั้นไปรษณีย์ก็จะดูข้อมูลว่าปลายทางไปส่งที่อยู่ที่ไหนและนำจดหมายหรือพัสดุของเราไปส่งให้ถึงที่

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ก็เป็นเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าเราเขียนข้อความต่างๆ ไปที่ Facebook คอมพิวเตอร์มีสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำก่อนจะทำการเขียนข้อความลงไปคือ การบอกว่าส่งข้อมูลมาจากใครและข้อมูลนั้นจะไปถึงใคร ด้วยกระบวนการนี้ข้อมูลต้นทางมาจากบ้านของผู้ต้องหา ซึ่งคอมพิวเตอร์จะทำการใส่เลขที่บ้านของผู้ต้องหาให้โดยอัตโนมัติและทำการจ่าหน้าซองไปว่าจะส่งถึงเลขที่บ้านของ Facebook

เลขที่บ้านที่กล่าวถึงนี่แหละครับเรียกว่า IP Address

ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ใดก็แล้วแต่ที่กระทำความผิดในคอมพิวเตอร์แล้วมักจะถูกจับได้เกือบทุกราย เพราะเจ้า IP Address นี่แหละที่เป็นตัวบ่งบอกว่าใครอยู่ที่ไหนยังไง เพราะเราสามารถเอาเจ้า IP Address ที่ได้จากกระบวนการทางคอมพิวเตอร์ไป Search จาก Google ก็สามารถจะรู้ข้อมูลเบื้องต้นในการติดตามตัวผู้ต้องหาได้ในระดับหนึ่ง

ถ้าผู้ต้องหาบางรายมีความรู้และความสามารถมากกว่านั้น ก็จะมีกระบวนการที่ยากเข้าไปอีก เช่น ปลอมแปลง IP Address เพื่อปกปิดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตามได้เจอก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการหลบเลี่ยงเสมือนกับเอาป้ายเลขที่บ้านคนอื่นมาติดหน้าบ้านเพื่ออำพรางก็สามารถทำได้ แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าผู้กระทำความผิดมักจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ดังนั้น หากทำการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ดีๆ แล้วละก็ คงรู้ได้ว่าบ้านเลขที่นี้เป็นบ้านเลขที่ปลอมอยู่ดี

ด้วยเทคโนโลยีที่หน่วยข่าวกรองใช้นั้นก็ยิ่งทำให้มั่นใจได้เลยว่า เขาสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

ฉะนั้น ถ้าคุณริจะเป็นผู้ร้ายก็อย่าชะล่าใจไป เพราะไม่มีความผิดใดที่จะเล็ดรอดและรอดพ้นกระบวนการค้นหาและติดตามตัวเพื่อเอาความผิดของผู้กระทำความผิดผ่านทางคอมพิวเตอร์ไปได้

ของอย่างนี้อย่าท้ากัน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่