
ใบปริญญาที่มีอนาคต
บทความนี้ตั้งใจเขียนให้ผู้ปกครองได้อ่าน...เพราะปิดเทอมนี้น่าจะมีจังหวะเจอหน้าพูดคุยวางแผนกับลูกบ้าง
บทความนี้ตั้งใจเขียนให้ผู้ปกครองได้อ่าน...เพราะปิดเทอมนี้น่าจะมีจังหวะเจอหน้าพูดคุยวางแผนกับลูกบ้าง
ปลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลการเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกนักศึกษาใหม่เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ของมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ตั้งอยู่แถวรังสิตคลองห้า ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมี ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นนายกสภาฯ
ผมเห็นว่าน่าสนใจที่จะเอามาเล่าครับ...
สถิติปีการศึกษา 2556 มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย (EAU) มีนักศึกษาทั้งสิ้น 3,660 คน เป็นนักศึกษาปริญญาตรี 3,256 คน ที่เหลือเป็นปริญญาโทและเอก มหาวิทยาลัยเปิด 12 คณะ เกินครึ่งของคณะที่เปิดเป็นสายวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ลองเรียงจากคณะที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยกว่าไปหามาก
เทคโนโลยีสารสนเทศ 169 คน
วิศวกรรมศาสตร์ 169 คน
เภสัชศาสตร์ 224 คน
สาธารณสุขศาสตร์ 304 คน
พยาบาลศาสตร์ 329 คน
คณะที่ใหญ่ที่สุด มีนักศึกษาเข้าเรียน...เข้าเรียนนะครับ ไม่ใช่เข้าสมัคร...ชื่อว่า คณะการบิน มี 785 คน! ใหญ่กว่าทุกคณะ แม้แต่เมื่อเทียบกับคณะวิชาสายศิลป์อย่างเหลือเชื่อ
ลองย้อนไปเทียบสถิติปี 2555 ก็จะพบว่าทุกคณะที่ผมเอ่ยมานี้ ขยายตัวเฉลี่ยเกือบ 10%
อ่านรายชื่อของคณะเหล่านี้แล้ว...การันตีว่าดีต่อประเทศ ดีต่อเศรษฐกิจของเมืองที่บัณฑิตไปอยู่ และดีต่อชีวิตส่วนตัวของผู้จบแน่
พ.ศ. 2554 ประเทศไทยถือว่าเข้าสู่สูงสุดของสมดุลประชากรก่อนก้าวสู่ภาวะประชากรสูงวัยที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และต้องอาศัยการรองรับจากระบบต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่ต่างไปจากที่เราเคยรู้จักมานับ 100 ปี
เศรษฐกิจและเศรษฐศาสตร์ภาคการบริบาลจะทวีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในสังคมไทย สังคมอาเซียน และสังคมโลก ดูแลกันอย่างเข้าใจหลักวิชา มีทักษะที่ถูกต้องในการให้บริการ มีทัศนคติที่ดีเลิศต่ออาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะ ป้องกันดีกว่ารักษา...และการฟื้นฟูก็ใช้เวลานานกว่าการรักษาบำบัด งานด้านเภสัชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ จะเป็นมากกว่าการปรุงยา จ่ายยา แต่จะร่วมกันกำหนดพฤติกรรมใหม่ที่เหมาะสมของทุกช่วงเพศและวัย ที่สำคัญ...ต้องสะท้อนต่อวิถีชีวิตคนส่วนมากที่เมืองกำลังขยายตัว ดังนั้น ผลิตบัณฑิตแบบนี้มาได้เท่าไหร่ก็ดีเท่านั้นแหละครับ
อีกคณะที่ต้องขอพูดถึงคือ คณะการบิน...
โลว์คอสต์แอร์ไลน์จะมีหลายสายมากขึ้น ปีนี้จะเพิ่มมาจากอินโดนีเซียและเวียดนาม อีกทั้งต่างจะมีฝูงบินใหญ่ขึ้น บินไกลขึ้น เช่นปีนี้จะเริ่มมีสองสายการบินโลว์คอสต์จะบินแบบลองฮอล ระหว่างเมืองที่ห่างกันกว่า 56 ชั่วโมงเป็นครั้งแรก เพิ่มจากปกติบินกันระหว่างเมืองที่ห่างกันไม่เกิน 23 ชั่วโมง
ประเทศไทยเป็นไข่ดาวสำคัญของภูมิภาคอาเซียน สายการบินใหญ่น้อยแห่กันมาใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์การบิน ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ แต่รวมถึงภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ อู่ตะเภา และในไม่ช้า อุดรธานี หนองคาย อุบลราชธานี เชียงราย หาดใหญ่ เพื่อใช้เชื่อมต่อเส้นทางขยายไปในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
อนึ่ง พึงตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดียเอง กำลังเปิดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางเดียวที่เปิดให้คนชั้นกลางรุ่นใหม่ของโลกและของเกาะเหล่านั้นเชื่อมหากันได้ คือ การบิน
แหล่งก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลรุ่นใหม่ที่มีปริมาณมหาศาลของโลกอยู่ทั้งในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกัมพูชา ทั้งในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ในอ่าวเบงกอล ระหว่างอินเดียพม่า ในระหว่างหมู่เกาะของอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย และอยู่ที่นอกชายฝั่งนิวซีแลนด์ ซึ่งว่ากันว่าใหญ่ขนาดติดอันดับโลกได้ทั้งนั้น แปลว่าแท่นขุดเจาะจำนวนมากจะยังคงเกิดขึ้นในทะเลย่านนี้ เครื่องบินทะเลและเฮลิคอปเตอร์ยังจะมีบทบาทสำคัญไม่น้อยหน้าไปกว่าสายการบินขนาดเล็กที่จะเชื่อมหมู่เกาะต่างๆ เข้าหากัน
ในการสนทนากับท่านอธิการบดี ดร.โชติรัส ชวนิชย์ ซึ่งอดีตเคยรับราชการที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำให้มีความรอบรู้กว้างขวางเห็นเรื่องเข้า ครม.จากทุกกระทรวง จึงเห็นความสำคัญของกระแสโลกและกระแสภูมิภาคที่จะทำให้วางแผนรองรับการผลิตคนสู่สังคมยุคใหม่ได้อย่างดี
ท่านจึงสร้างนักบินจำนวนมหาศาล สร้างนักบริบาลสุขภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง มีนักศึกษาจีนและนักศึกษาจากประเทศรอบบ้านเข้ามาเรียนอยู่กับท่านที่มหาวิทยาลัยเยอะแยะไปหมด
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น อุดมไปด้วยบัณฑิตพยาบาลจากอีสเทิร์นเอเชีย ผมจำได้ว่าในงานรับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ที่ผมและคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ไปรับพร้อมกันเมื่อสามปีที่แล้ว จากมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย คุณเจริญเห็นนักศึกษานับร้อยคนจากจีนและไทยที่ใช้ภาษากันอย่างคล่องแคล่ว ถึงกับปรารภกับอธิการโชติรัสว่า “ขอรับไปทำงานกับท่านให้หมดเลยได้ไหม?”
ผมไม่รู้ว่าอธิการตอบว่ายังไง...ประชุมสภามหาวิทยาลัยคราวหน้า...คงต้องกระซิบถามดู







