posttoday
หลากมุมมองกูรูออนไลน์"MH370"อยู่ไหน?

หลากมุมมองกูรูออนไลน์"MH370"อยู่ไหน?

16 มีนาคม 2557

สำรวจสารพัดมุมมองจากนักวิเคราะห์ออนไลน์กับข้อมูล และข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับปริศนาการสูญหายของเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์สเที่ยวบินMH370

โดย...โพสต์ทูเดย์ออนไลน์

ล่วงเข้าวันที่ 9 แล้วที่เครื่องบินโบอิ้ง เที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งโลก  

ถึงวันนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 239 ชีวิต

ขณะที่สื่อทุกประเทศต่างเกาะติดสถานการณ์กันแบบชนิดนาทีต่อนาที ในโลกไซเบอร์เองก็มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ถึงสาเหตุความเป็นไปได้ของการหายไปของเครื่องบินลำนี้ ไลตั้งแต่อุบัติเหตุระเบิดกลางอากาศ ตกทะเล ภัยก่อการร้าย จนถึงปฏิบัติการจี้เครื่องบินซึ่งข้อสันนิษฐานสุดท้ายดูเหมือนว่าจะมีน้ำหนักมากที่สุดแล้วในนาทีนี้

............

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ ของมาเลเซีย เปิดเผยว่ามีหลักฐาน 3 ชิ้นที่ระบุชี้ชัดว่าเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สสูญหายไป เพราะถูกยึดโดยคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องบิน

หลักฐานชิ้นแรกคือเครื่องรับส่งเรดาร์ ซึ่งเป็นระบบสัญญาณที่บ่งชี้สถานะของเครื่องบินบนจอเรดาร์ในเที่ยวบินนี้ ถูกปิดระบบโดยบุคคลที่อยู่บนเครื่องบิน เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในระหว่างทำการบิน

หลักฐานชิ้นต่อมาระบุว่าระบบการสื่อสารข้อมูลของสายการบินทั้ง 2 ระบบ ที่ใช้สำหรับส่งข้อความสั้นผ่านดาวเทียม หรือคลื่นวิทยุระบบวีเอชเอฟ ไปยังระบบเครือข่ายของสายการบินถูกปิด หลักฐานชิ้นที่สุดท้ายคือ ระบบนำทางการบิน ซึ่งเรดาร์ของทางการทหารของมาเลเซียจับสัญญาณได้ว่า เครื่องบินกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตก หลังจากที่ระบบเครื่องรับส่งเรดาร์ถูกปิด และเรดาร์ของฝ่ายพลเรือนไม่สามารถจับสัญญาณเครื่องบินลำนี้ได้

น่าแปลกตรงที่วันเดียวกันนั้นเอง "ราจิบ นาซัก" นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงให้กองทัพเรือทั้ง 13 ชาติ ยุติการปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน MH370 คล้อยหลังไม่กี่ชั่วโมงทางตำรวจมาเลเซียได้เข้าตรวจค้นบ้านของกัปตัน "ซาฮารี อาหมัด ซาห์" วัย 53 ปี นักบินของเที่ยวบิน MH370 สายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ตามด้วยการตรวจค้นบ้านของ "ฟาริกอับดุล ฮามิด" นักบินที่ 2 วัย 27 ปี เพื่อรวบรวมหลักฐานว่า นักบินทั้ง 2 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของเที่ยวบิน MH370 สายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์สหรือไม่

"พิภพ อุดมอิทธิพงศ์" นักวิชาการอิสระ วิเคราะห์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pipob Udomittipong ว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ชี้ว่าทั้งกัปตันและนักบินที่สองน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพาเที่ยวบินนี้ออกนอกเส้นทาง หรือเรียกว่า “hijack”

ภายหลังจากที่อุปกรณ์เรดาร์ส่งและรับสัญญาณตำแหน่งที่บิน และความสูงที่ติดตั้งบนเครื่องบิน (transponders) ถูกปิดตอนเวลา 01.00 น. ทำให้เครื่องบินขาดการติดต่อกับหอบังคับการภาคพื้นดิน แต่เครื่องบินนี้ยังคงบินอยู่ต่ออีกอย่างน้อย 7 ชั่วโมง  

จากข้อมูลเรดาร์ทหารมาเลเซียตรวจพบคือเครื่องบินบินด้วยอาการผิดปกติ ทั้งการไต่ระดับไปที่ความสูงต้องห้ามเกินกว่า 4.5 หมื่นฟุต และการลดระดับอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้เกาะปีนัง จากนั้นก็เชิดหัวขึ้นอีก (ซึ่งบางข่าวบอกเพื่อเป็นการ “น็อค” ผู้โดยสารให้ “หลับสนิท”) ตลอดจนการบินออกนอกเส้นทาง รวมทั้งสัญญาณ ping กับดาวเทียม ตามการเปิดเผยของบริษัทดาวเทียมสัญชาติอังกฤษ Inmarsat ทางการมาเลเซียจึงเริ่มพุ่งเป้าสงสัยไปที่นักบินที่หนึ่งและสองทันที

พิภพตั้งข้อสังเกตว่า สื่อต่างๆพากันรายงานสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับนักบิน คนแรก Fariq Abdul Hamid 27 ปี นักบินที่ 2 ที่มีชั่วโมงบินเพียง 6 ผู้ที่เพิ่งถูกผู้โดยสารสาวแฉพร้อมรูปถ่ายว่าได้รับเชิญให้ไปนั่งในห้องนักบินตลอดทั้งไฟลต์ขณะที่เครื่องกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า เมื่อปี 2554  

คนที่สอง กัปตัน Zaharie Ahmad Shah 53 ปี นักบินที่ 1 ซึ่งมีประสบการณ์การบินมากกว่า 34 ปี เขาเป็นคนคลั่งการบินหนักถึงกับติดตั้ง flight simulator ที่บ้านพักหรู รายงานข่าวระบุว่าเพื่อนร่วมงานบอกว่าเขาเป็นคนคลั่งการเมืองอย่างหนัก  และเสริมว่าเขายังเป็นนักกิจกรรมด้านสังคมด้วย สรุปว่ามีความเป็นไปได้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้อาจเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างหนึ่ง

"เสธ.น้ำเงิน" แนวรบไซเบอร์ขวัญใจชาวเฟซบุ๊ก โพสต์ความเห็นส่วนตัวว่าขณะที่เครื่องบิน MH370 กำลังบินไปได้ราวหนึ่งชั่วโมงเศษ ก็ได้มีเครื่องบินล่องหนสัญชาติอเมริกันชื่อ "AWACS" ที่มีความสามารถรบกวนการตรวจจับของเรดาห์ภาคพื้นดินคอยบินประกบ จนสัญญาณเครื่องบินหายไปเฉยๆ จากนั้นจึงใช้เครื่องบิน "สเตลท์" ที่ล่องหนเรดาร์ได้เองบินประกบบังคับ แล้วเจาะเข้าระบบ FBW (fly-by-wire ระบบที่สามารถใช้แทนระบบควบคุมการบินด้วยมือ โดยมีการเชื่อมสัญญาณการบิน ทำให้เครื่องบินสามารถถูกบังคับได้เหมือนเครื่องบินไร้คนขับ)  

ขณะเดียวกันอาจมีหนอนบ่อนไส้ภายในเที่ยวบินนี้ โดยเสธ.น้ำเงินระบุว่าอาจเป็นทีมซีลหน่วยปฎิบัติการลับของกองทัพสหรัฐ แฝงตัวไปเป็นผู้โดยสาร ร่วมมือกับนักบิน แล้วทำการจี้ยึดควบคุมเครื่องบิน โดยมีผู้เชี่ยวชาญความรู้ทางการบินตั้งใจปิดทั้งระบบสื่อสารและระบบเรดาร์แบบแอคทีฟ มีผลทำให้เครื่องบินอันตรธานหายไปจากจอเรดาร์ของหอการบินพาณิชย์ แล้วก็ปิดระบบวิทยุระบบติดตามด้วย  

จากนั้นเครื่องบินก็จะถูกบังคับทิศทางบินสู่จุดหมายใหม่ ให้เปลี่ยนบินออกนอกเส้นทางเดิม โดยอาจบินในระยะต่ำเพื่อหลบเรดาร์แบบสะท้อนกลับ ไปทางช่องแคบมะละกา และหักวกหัวเครื่องขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีกครั้ง ย้อนไปยังมหาสมุทรอินเดีย ผ่านหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งเป็นทิศทางของสายการบินพาณิชย์ทั่วไปที่ใช้เส้นทางนี้ เวลาบินไปตะวันออกกลาง

ก่อนจะขับเครื่องบินลำนี้ไปลงในสถานที่ 5 แห่งตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสันนิษฐานกันถึงความเป็นไปได้ ประกอบด้วย 1.สนามบินของกองทัพอากาศสหรัฐในฟิลิปปินส์ 2.แถวเกาะนิโคบาร์ หรือเกาะดิเอโก้ การ์เซีย ซึ่งเป็นฐานทัพของสหรัฐฯ ทางทิศใต้มหาสมุทรอินเดีย 4.สาธารณรัฐเซเชลเลส ในมหาสมุทรอินเดีย 5.ประเทศเติร์คเมนิสสถาน หรือคาซัคสถาน

เหตุผลหลักใหญ่ใจความของการไฮแจ็กเครื่องบินลำนี้ มีเป้าหมายหลักอยู่ที่การคุมตัวพนักงาน และนักวิทยาศาสตร์ระดับสูงจากบริษัทผลิตอาวุธ  12 คน และยึดข้อมูลในไดร์ฟที่เป็น Freescale Semiconductor เทคโนโลยีล้ำสมัยเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธแห่งอนาคต เนื่องจากพนักงานกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปประเทศจีน เพื่อขายและถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับจีน

หรืออาจเป็นเรื่องการควบคุมเครื่องบินเพื่อเอาสินค้าลับกลับไป ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานลับเรื่องการบรรทุกสินค้าวัตถุนิวเคลียร์หรือชีวภาพ ด้วยเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ของสหรัฐ ไปพักของที่สาธารณรัฐเซเชลส์ ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแอฟริกา ในมหาสมุทรอินเดีย จากนั้นขนต่อมาที่มาเลเซีย แล้วถ่ายขึ้นเครื่องบินลำนี้เพื่อไปที่กรุงปักกิ่ง แต่ดูเหมือนว่าสหรัฐ จะระแคะระคายรู้ว่ามีการทรยศขายความลับให้กับรัสเซียและจีน ซึ่งเตรียมจะบังคับเครื่องบินเที่ยวนี้ ให้ไปจอดที่สนามบินมณฑลไหหลำก่อน เพื่อเช็คว่ามันคืออะไรกันแน่ สหรัฐจึงต้องมาชิงเอาสินค้านิวเคลียร์หรือชีวภาพ คืนไป แต่เนื่องจากคอนเทนเนอร์สินค้านี้มีขนาดใหญ่ จึงต้องจี้เอาเครื่องบินนี้ไปทั้งลำโดยติดผู้โดยสารและลูกเรือไปด้วย

อย่างไรก็ตามคาดว่าผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย (ถ้าไม่ขัดขืนหรือต่อสู้) ทั้งหมดจะได้รับการดูแลตามสมควรพื้นฐาน เพราะจุดคุมขังที่พื้นที่เกาะนิโคบาร์ เกาะดิเอโก้ การ์เซีย หรือที่ สาธารณรัฐเซเชลส์ ในมหาสมุทรอินเดียนั้นจะต้องมีการเตรียมการด้านอาหารทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ทั้งเครื่องนุ่งห่ม จุดคุมขัง และยารักษาโรค แต่จะจำกัดเพียงเสรีภาพห้ามสื่อสารเท่านั้น

ด้าน ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Von Richthofen ได้หยิบทฤษฎีสมคบคิดมาวิเคราะห์ว่าเครื่องบินไม่ตกแน่นอน แต่อาจโดนไฮแจ็กไปจอดที่ไหนสักแห่งที่มีสนามบินที่มีรันเวย์ยาวพอให้เครื่องบินขนาดโบอิ้ง 777 ร่อนลงจอดได้ นั่นคือไม่น้อยกว่า 4,200เมตร  ส่วนเรื่องสัญญานโทรศัพท์ ถามว่าทำไมถึงยังโทรติดต่อได้ในวันแรกที่เครื่องบินสูญหาย เขาบอกว่าถ้าโทรแล้วเครื่องติดแสดงว่ามันต้องอยู่ในรัศมีเมืองที่เจริญแล้วไม่เกิน 4 กิโลเมตร

ขณะที่ เฟซบุ๊ก Thanong Fanclub โพสต์จั่วหัวว่า "จีนอาจจะเป็นเป้าของการก่อการร้ายในรูปแบบ911" พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าแต่พอโดนทางหน่วยข่าวกรองหรือสายลับรัสเซียและจีนจับได้ว่าอาจจะมีวัตถุต้องสงสัยที่มีอานุภาพทำลายล้างบรรทุกอยู่ใต้ท้องเครื่องบิน MH370 เลยมีการชิงเครื่องบิน  และเปลี่ยนเส้นทางเครื่องบินกลับออกมาอย่างกะทันหัน โดยระบุข้อมูลน่าสนใจไว้ดังนี้

1.ฝ่ายความมั่นคงของรัสเซียมีการจับตาดูเที่ยวบิน MH370 มาตลอด เพราะว่ามีการติดตามสินค้าที่ต้องสงสัยเป็นพิเศษอย่างสูง (highly suspicious cargo) ที่สามารถสาวต้นทางไปถึง สาธารณรัฐเซเชลส์ (Republic of Seychelles) ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแอฟริกา ในมหาสมุทรอินเดีย ก่อนหน้านี้ สินค้าหรือคาร์โก้ที่ต้องสงสัยนี้ถูกบรรทุกบนเรือ MV Maerk Alabama ซึ่งถือสัญชาติสหรัฐฯเพราะชูธงสหรัฐฯอเมริกา

2. อดีตทหารหน่วยซีล 2นายของสหรัฐฯ คือMark Daniel Kennedyอายุ43ปี และ Jeffrey Keith Reynolds อายุ44 ปี ทำงานให้ Trident Groupที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาความปลอดภัยของสินค้าต้องสงสัยพิเศษนี้เสียชีวิตลงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ภายใต้สถานการณ์ที่ผิดปกติน่าสงสัยมาก คือมีเฮโรอินในเส้นเลือดมากผิดปกติ ในที่สุดสินค้าต้องสงสัยนี้ถูกลำเลียงขึ้นเครื่องบิน370เพื่อมุ่งหน้าไปปักกิ่ง

3.ฝ่ายความมั่นคงของรัสเซียและจีนมีการตื่นตัวกับสินค้าต้องสงสัยเป็นพิเศษนี้ โดยไม่ต้องการให้เครื่องบินนำพาสินค้าต้องสงสัยไปกรุงปักกิ่ง จึงเตรียมการที่จะเข้าควบคุมหลังจากที่ตัวเครื่องบินเข้าเขตน่านน้ำของจีนบริเวณหมู่เกาะ Spratly Islands

4. รัสเซียและจีนเตรียมแผนที่จะบังคับให้เที่ยวบิน MH370ลงไปจอดในสนามบิน Haikou Meilan International Airport ที่มณฑลไหหลำ แทนที่จะให้บินไปลงปักกิ่ง เพื่อตรวจสอบสินค้า หรือวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นอะไรก่อน

5. สหรัฐน่าจะรู้ว่ารัสเซียและจีนรู้เรื่องนี้แล้ว จึงมีการเปลี่ยนแผนกระทันหัน ก่อนที่เครื่องบิน MH370 จะเข้าน่านฟ้าจีน ภายใต้การควบคุมของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (People Liberation Army)ตรงบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย ปรากฎว่าเที่ยวบินนี้กลับหันทิศทางการบินอย่างกะทันหัน

6. ช่วงที่วิกฤตินี้เอง ปรากฎว่าสัญญาณมือถือของ China Mobile โดนคลื่นรบกวนแจมทั้งระบบแถวบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์

7. หลังจากนิ่งเงียบมาเกือบ 1สัปดาห์ ในที่สุด นายกรัฐมนตรีของมาเลเชีย นาจิบ ราซัก จึงได้ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุของการหายไปของเครื่องบิน MH307 โดยระบุว่า สาเหตุของการหายไปครั้งนี้มาจากการถูกสลัดอากาศปล้นจี้เครื่องบิน

8. นายนาจิบบอกว่าการก่อเหตุครั้งนี้ มีผู้ชำนาญการมากกว่า 2 คน เบื้องต้นคาดการณ์ว่านักบินมีส่วนรู้เห็นด้วย

9. ก่อนหน้าที่ทางการมาเลเซียบอกว่า เครื่องบินมีการหันทิศทางกลับ ไม่ตรงไปจีน แต่เหมือนกลับว่าอยากจะกลับมาฐานเดิมคือกรุงกัวลาลัมเปอร์ หรือบินไปทางทิศตะวันตก

10. ดาวเทียมทหารของรัสเซียจับเครื่องบิน MH370ได้ว่า ได้บินเลี้ยวไปทางทิศตะวันตก โดยเดินทางทั้งหมด 3,447 กิโลเมตรหรือ2,142ไมล์ ก่อนที่จะลงจอดที่Diego Garcia ซึ่งเป็นฐานทัพลับทางทหารของสหรัฐฯอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย

11. รายงานลับของรัสเซียยังระบุต่อไปว่า เครื่องบิน MH370 โดนไฮแจ๊กไปDiego Garciaได้ เพราะว่าตัวเครื่องBoeing 777-200ER ติดตั้งระบบfly-by-wire (FBW) ที่สามารถใช้แทนระบบควบคุมการบินด้วยมือ มีการเชื่อมสัญญานการบินทำให้เครื่องบินสามารถถูกบังคับได้เหมือนเครื่องบินไร้คนขับ

12. ถึงแม้ว่าเครื่องบินจะถูกบังคับให้บินโดยระบบรีโมท แต่ระบบสื่อสารยังคงทำงาน และต้องปิดระบบด้วยมือคนเท่านั้น

13. ในกรณีของเครื่องบินMH370 ระบบการรายงานข้อมูลโดนปิดด้วยมือตอนเวลาตี1:07นาฬิกา ตามมาด้วยการปิดเครื่องส่งและรับสัญญาณตำแหน่งที่บิน และความสูง หรือ transponder เวลา ตี1:21นาฬิกา

14. ความเป็นไปได้ว่าทั้งกัปตันและผู้ช่วยน่าจะให้ความร่วมมือในการหันเหทิศทางของเครื่องบิน สลัดอากาศบนเครื่องบินไม่น่าจะจริง เพราะเป็นความจริง ทางการมาเลย์เซียคงต้องออกรายชื่อผู้ก่อการร้ายมาเรียบร้อยแล้ว

15.เจ้าหน้าที่มาเลย์เซียอาจจะรู้เห็นเป็นใจกับทางกองทัพเรือสหรัฐในแผนการเปลี่ยนทิศทางการบินอย่างกระทันหัน โดยสั่งให้กัปตันและผู้ช่วยบินเลี้ยวออกมา และให้ปิดสัญญาณเรดาร์และตัวเครื่องtransponderด้วยมือ

16. แปลว่าเครื่องอาจจะโดนไฮแจ๊กโดยสมัครใจ หรือไม่ก็สถานการณ์ที่ไม่คาดฝันนำพาไปตามแรงกดดันของสหรัฐ และเครื่องบินMH370 น่าจะถูกควบคุมให้บินไปด้วยระบบ autopilotโดยที่นักบินบนเครื่องเชื่อว่าน่าจะพาไปที่ปลอดภัย

17. เกิดอะไรขึ้นกับผู้โดยสาร 239 รวมทั้งลูกเรือทั้งหมด หลังจากที่เครื่องบินแตะพื้นดินที่Diego Garcia แล้วมีอะไรซุกซ่อนอยู่ในคาร์โก้ท้องเครื่องบิน และมีความลับหรือเทคโนโลยีทางทหารอะไรที่ทางฝ่ายสหรัฐไม่ต้องการตกไปถึงมือของจีน

............

หลากหลายทัศนะล้วนตื่นเต้น ระทึกใจ เต็มไปด้วยปมปริศนาซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่ต่างอะไรจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด  

ทว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์จากเหล่ากูรูผู้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โปรดติดตามต่อไป เพราะสุดท้ายในตอนจบอาจพบกับเรื่องหักมุมชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง!

ข่าวล่าสุด

SenX อวดกำไร Q1/69 โต 113% เดินหน้าปั้นรายได้ค่าเช่ารับเทรนด์คนรุ่นใหม่

SenX อวดกำไร Q1/69 โต 113% เดินหน้าปั้นรายได้ค่าเช่ารับเทรนด์คนรุ่นใหม่