
ดึงธกส.ช่วยฟื้นสหกรณ์เครดิตคลองจั่นสิ้นปีจบ
ดึง ธ.ก.ส.มาช่วยวางแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขีดเส้นแผนฟื้นฟูต้องเสร็จภายใน ธ.ค.นี้
ดึง ธ.ก.ส.มาช่วยวางแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขีดเส้นแผนฟื้นฟูต้องเสร็จภายใน ธ.ค.นี้
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยในฐานะประธานคณะกรรมการชั่วคราวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเชิญธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาเป็นกรรมการฯ และเพื่อมาช่วยวางแผนฟื้นฟู โดยคาดว่าจะเสร็จภายในกลางเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหนี้และสมาชิกสหกรณ์
ทั้งนี้ ในวันที่ 27 พ.ย. จะเชิญสหกรณ์ออมทรัพย์กว่า 40 รายที่เป็นเจ้าหนี้ หรือผู้ฝากเงินในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นรวมกันประมาณ 8,000 ล้านบาท มาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยได้ขอร้องว่าอย่าเพิ่งแจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากจะถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมด และไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายเงินได้ รวมถึงปัญหาการค้างชำระดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 400 ล้านบาท
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีแนวคิดว่า 1.คณะกรรมการฯ จะเจรจากับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ขอเลื่อนระยะเวลาการตั้งสำรองหนี้ส่วนนี้ออกไป 510 ปี 2.แนวคิดให้สหกรณ์ออมทรัพย์ที่เป็นผู้ฝากเงินเปิดบัญชีกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยสหกรณ์คลองจั่นจะโอนเงินชำระดอกเบี้ยเข้าบัญชี เพื่อไม่ให้ต้องเป็นหนี้สูญ และไม่ต้องสำรองหนี้ ซึ่งเป็นการโอนทางบัญชีแต่ไม่มีเงินจ่ายจริง ซึ่งจะหารือในแนวทางกฎหมายสามารถที่จะดำเนินการหรือไม่ เพราะหากไม่จ่ายเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ฝากเงินไว้จะมีปัญหาไม่สามารถที่จะปิดงบบัญชีประจำปี และมีปัญหาสภาพคล่องที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิก นอกจากนี้ได้ขอให้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ ให้สหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มนี้ไปกู้เงินเพื่อนำไปจ่ายปันผลก่อนด้วย
ในขณะเดียวกันได้เร่งให้ลูกหนี้ 28 ราย ที่มีมูลหนี้รวม 1.3 หมื่นล้านบาท มาเซ็นรับสารภาพหนี้และเรียกหนี้คืน ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก คงจะต้องฟ้องร้องดำเนินคดี รวมทั้งหลักทรัพย์ค้ำประกันส่วนใหญ่เป็นที่ดินต่างจังหวัดที่มีมูลค่าไม่คุ้มกับมูลหนี้ รวมทั้งโฉนดส่วนใหญ่อยู่กับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในส่วนเงินทดรองจ่ายให้นายศุภชัย 3,000 ล้านบาท ก็ขอให้เร่งนำมาคืน ซึ่งนายศุภชัยได้แจ้งว่าจะขายที่ดินมูลค่า 300 ล้านบาทมาคืนก็แจ้งว่าไม่สามารถขายได้แล้วนอกจากนี้ขอร้องให้สมาชิกอยากหยุดส่งเงินออมค่าหุ้น และผู้กู้เงินไปก็ต้องชำระหนี้ เพื่อที่จะให้มีเงินหมุนเวียนบ้าง โดยขณะนี้สหกรณ์ฯต้องหาสภาพคล่องมาให้สมาชิกรายย่อยที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมาเบิกถอนเงินกำหนดรายละ 2 หมื่นบาท โดยมีผู้มายื่นขอประมาณ 2000-3000 ราย ก็ยังไม่มีเงินให้และมีปัญหาสภาพคล่องที่จะจ่ายเงินพนักงานด้วย







