
จีนแห่ช็อปปิ้งแบรนด์เนมในไทย
โกลบอลไทมส์ของจีนรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยอ้างการรายงานจาก สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ระบุว่า ในฤดูท่องเที่ยว โรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 4 หมื่นห้อง ถูกจับจองด้วยกองทัพนักท่องเที่ยวจีนกว่า 8090% ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในไทยพุ่งสูงต่อเนื่อง ในปี 2011 มีจำนวน 1.9 ล้านคน ปี 2012 มีจำนวน 2.7 ล้านคน และปีนี้มีจำนวน 4 ล้านคน
โกลบอลไทมส์ของจีนรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยอ้างการรายงานจาก สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ระบุว่า ในฤดูท่องเที่ยว โรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 4 หมื่นห้อง ถูกจับจองด้วยกองทัพนักท่องเที่ยวจีนกว่า 8090% ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในไทยพุ่งสูงต่อเนื่อง ในปี 2011 มีจำนวน 1.9 ล้านคน ปี 2012 มีจำนวน 2.7 ล้านคน และปีนี้มีจำนวน 4 ล้านคน
สื่อจีนวิเคราะห์ต่อว่ากระแสเที่ยวไทยได้รับอานิสงส์จากภาพยนตร์เรื่องดัง “แก๊งม่วน ป่วนไทยแลนด์” ซึ่งเป็นเรื่องราวและสถานที่เกี่ยวกับไทย รวมถึงการเดินทางเยือนไทยของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เพื่อเซ็นสัญญาความร่วมมือทางการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศหลายฉบับ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวมดีขึ้น
ด้านสถานการณ์ธุรกิจท่องเที่ยวไทย โกลบอลไทมส์รายงานว่า ประเทศไทยโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาก โดยอ้างรายงานของ มาสเตอร์การ์ด โกลบอล เดสติเนชั่น ซิตี้ อินเด็กซ์ ที่ระบุว่า ในปีนี้ไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 15.93 ล้านคน ซึ่งติดใจในอาหารรสจัด วัดพุทธ และสถานที่ช็อปปิ้งของแบรนด์เนมราคาถูก
ด้านรายงานจากสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน ระบุว่า ชาวจีนกระเป๋าหนักคลั่งไคล้การเดินห้างสรรพสินค้าขนาดมโหฬารของไทย และโดยเฉลี่ยมักใช้จ่ายเงินต่อคนต่อวันกว่า 167 เหรียญสหรัฐ (ราว 5,200 บาท)
อย่างไรก็ตาม สื่อจีนวิจารณ์ว่า การที่ทางการไทยใส่เกียร์ถอยกรณีแผนยกเลิกภาษีสินค้าหรู ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะจะทำให้ไทยเสียศักยภาพในการแข่งขันกับเจ้าแห่งตลาดสินค้าแบรนด์เนมอย่างสิงคโปร์และฮ่องกง ขณะที่แนะนำให้ทางการไทยทบทวนความเป็นไปได้ในการยกเลิกการทำหนังสือเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มเติม
ต่อเนื่องด้วยสถานการณ์ด้านสิทธิเด็กในไทย เดลีเมลของอังกฤษยังตามติดข่าวคราวการแข่งขัน “มวยเด็ก” ในประเทศไทยต่อเนื่อง โดยรวบรวมภาพถ่ายของ แซนดรา ฮอยน์ ช่างภาพชาวเยอรมันที่บันทึกภาพและบรรยายว่าผู้ปกครองชาวไทยบังคับให้บุตรหลานขึ้นเวทีต่อยมวยต่อหน้าฝูงชนผู้บ้าคลั่งเพื่อความบันเทิงและการพนัน ส่วนเงินรางวัลถูกผู้ปกครองริบไปทั้งหมด
“นักมวยเด็กเป็นเครื่องมือของพ่อแม่เพื่อหาเงิน และต้องชนะให้ได้เพราะพ่อแม่พนันเงินข้างลูกของตัวเองไว้มาก” ฮอยน์ กล่าว และว่า การเล่นพนันกับนักมวยเด็กของชาวไทยเป็นที่นิยมและมีวงเงินพนันสูงมาก บางคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัวหลังจากการแข่งขันเพียงแมตช์เดียว และแม้การพนันในสังคมไทยจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่กลับไม่มีการปราบปรามแต่อย่างใด
ฮอยน์ ปิดท้ายด้วยการอธิบายว่า กีฬาชกมวยของไทยถือเป็นกีฬาประจำชาติเหมือนอย่างที่ฟุตบอลเป็นกีฬาประจำประเทศอังกฤษ ซึ่งผู้ชนะจะได้รับการเชิดชูเหมือนคนดังและได้รับเงินจำนวนหนึ่ง ทำให้พ่อแม่จากภาคอีสานหลายคนส่งลูกไปเรียนต่อยมวยในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่เพื่อหวังให้ลูกๆ หาเงินเข้าบ้านในอนาคต







