
ปูนบำเน็จ 8 ขั้นเยียวยา 3 ล้านครอบครัววีรบุรุษอีโอดี
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จะเสนอปูนบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ 8 ขั้น ให้แก่ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี จ.นราธิวาส ที่เสียชีวิตทั้ง 3 นาย พร้อมเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต จากต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 3 ล้านบาท อีกทั้งจะดูแลครอบครัวทั้งด้านอาชีพและการศึกษาอย่างเต็มที่ เพื่อให้วีรบุรุษชายแดนใต้จากไปอย่างหมดห่วง
“ส่วนการปฏิบัติงานของชุดอีโอดีในพื้นที่ จ.นราธิวาส นั้น จะจัดสรรบุคลากรเข้าไปปฏิบัติงานทดแทน พร้อมทั้งเตรียมสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ยืนยันเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีในพื้นที่ยังไม่ขาดแคลน เนื่องจากมีทั้งตำรวจ ตชด.และทหาร และยังมีขวัญกำลังใจที่ดี หลังจากนี้จะมีการพิจารณาเรื่องสวัสดิการเพิ่มเติมสำหรับสร้างขวัญกำลังใจ ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” พล.ต.ท.ยงยุทธ กล่าว
ทั้งนี้ ระเบิดแสวงเครื่อง 50 กิโลกรัม ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบซุกซ่อนไว้บริเวณริมถนนเพชรเกษมสายปัตตานีนราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านส้มป่อย หมู่ 4 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คร่าชีวิตตำรวจหน่วยอีโอดี จ.นราธิวาส 3 นาย เมื่อเช้าวันที่ 28 ต.ค.
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 27 ต.ค. คนร้ายก่อเหตุเผายางรถยนต์ บนถนนหลายสายในพื้นที่ จ.นราธิวาส และปัตตานี กระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 28 ต.ค. ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 พบหลุมต้องสงสัยบริเวณดังกล่าว จึงแจ้งให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ
ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รองหัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด สั่งให้เปิดเครื่องส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร จากนั้น ร.ต.ต.แชน และ ร.ต.ต.จรูญ เฆมเรือง รองหัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด พร้อมด้วย จ.ส.ต.นิมิตร ดีวงศ์ ผบ.หมู่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เข้าไปตรวจสอบหลุมดังกล่าว และพบว่ามีระเบิดฝังอยู่ จึงตะโกนบอกให้ทุกคนระวังตัว
ทันใดนั้นคนร้ายได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ประกอบไว้ในถังก๊าซหุ้งต้ม หนัก 50 กิโลกรัม ห่างจาก ร.ต.ต.แชน ประมาณ 1 เมตร ทำให้ตำรวจทั้ง 3 นาย เสียชีวิตทันที ขณะที่ พ.จ.อ.สมเกียรติ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งติดตามไปทำหน้าที่คุ้มกันได้รับบาดเจ็บ
หลังเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 นาย และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้ว ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เป็นผู้รับผิดชอบภารกิจแทน ได้ตรวจพบวัตถุระเบิดอีก 1 ลูก ที่คนร้ายได้ประกอบใส่ไว้ในถังก๊าซหุงต้มเช่นกัน หนัก 50 กิโลกรัมจุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ลากสายไฟยาวเข้าไปในป่ารกทึบ เจ้าหน้าที่จึงได้ตัดสินใจใช้เครื่องแรงดันน้ำยิงทำลาย
ล่าสุดหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้าย ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นกลุ่มเดิมที่ก่อเหตุในพื้นที่ อ.บาเจาะ
ไม่เพียงแต่พื้นที่ จ.นราธิวาส แต่หัวหน้าหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งใน จ.ยะลา และปัตตานี ก็เรียกประชุมด่วนเพื่อเตรียมรับมือ โดยเฉพาะการเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ เน้นย้ำให้ใช้ความระมัดระวังดูแลพื้นที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนให้มีความปลอดภัยสูงสุด และจะต้องทบทวนมาตรการข้อผิดพลาด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก
ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน ญาติของตำรวจทั้ง 3 นาย ได้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา โดย ร.ต.ต.จรูญ และ จ.ส.ต.นิมิตร ญาตินำไปฝังตามหลักศาสนาอิสลาม ส่วนศพของ ร.ต.ต.แชน จะประกอบพิธีรดน้ำศพที่วัดบางนรา อ.เมืองนราธิวาส ช่วงบ่ายวันที่ 29 ต.ค.
ร.ต.ต.พลวัฒน์ ซึ่งเข้ามารับผิดชอบหน่วยอีโอดีนราธิวาส แทน ร.ต.ต.แชน กล่าวว่า จากการร่วมงานกันมากว่า 10 ปี รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสีย ร.ต.ต.แชน ที่คอยสอนทุกอย่างในการปฏิบัติหน้าที่
“ผมได้เรียกลูกน้องที่ทำงานอยู่กับพี่แชนมาพูดคุย และบอกว่า การเสียพี่แชนไปทราบว่าทุกคนเสียใจ แต่หน้าที่ของเราก็คือต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามอุดมการณ์ที่แกพูดไว้”







