posttoday

เหมาเข่งแผลงฤทธิ์แดง"ตาสว่าง"

27 ตุลาคม 2556

ปฏิเสธไม่ได้ว่าบัตรเลือกตั้งที่ถูกกากบาทให้พรรคเพื่อไทย จำนวนมหาศาลมาจากมือของคนเสื้อแดงที่ต้องการเห็น “ผู้รับผิดชอบ” จากเหตุสลายการชุมนุมที่มีผู้เสียชีวิตถึง 98 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2,000 ราย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าบัตรเลือกตั้งที่ถูกกากบาทให้พรรคเพื่อไทย จำนวนมหาศาลมาจากมือของคนเสื้อแดงที่ต้องการเห็น “ผู้รับผิดชอบ” จากเหตุสลายการชุมนุมที่มีผู้เสียชีวิตถึง 98 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2,000 ราย

ทว่า เมื่อพรรคที่เคยให้สัญญาว่าจะตามล่าคนร้าย กลับกลายเป็นพรรคที่ผลักดันการล้างผิดแบบไม่หลงเหลือแม้กระทั่งการค้นหาความจริง เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ทั้ง “หักดิบ” และ “หักอก” คนเสื้อแดง จนแรงสะเทือนหลายปีกทั้งแดงกลุ่มหลักและกลุ่มอิสระ

“สิ่งที่มันเกาะเกี่ยวกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง คือเรื่องการต้านรัฐประหาร เรื่องสองมาตรฐาน แต่อย่าลืมว่าเหตุการณ์ที่มันทำให้เพื่อไทยและเสื้อแดงมาเกาะเกี่ยวผนึกกันแน่นที่สุด คือ เหตุการณ์ปี 53 เพราะมันผ่านความเป็นความตายร่วมกันมา มันทำให้เสื้อแดงกับเพื่อไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นการที่คุณไปหาเสียงสัญญาว่าจะเอาคนผิดมาลงโทษ แต่คุณมากลับคำไม่ทำตามที่พูด มันก็เหมือนไปตัดข้อโซ่นี้ให้ขาดออกจากกัน

... แต่ขาดในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าเสื้อแดงจะไม่เลือกเพื่อไทยทั้งหมด เพียงแต่ความศรัทธาของมวลชนมันหายไป มันกลายเป็นไม่เหลือความน่าเชื่อถือ หลังจากนี้เวที นปช.จะไปปราศรัยเรียกความเชื่อมั่นจากมวลชนได้อย่างไร มันจะกลายเป็นเรื่องตลกมาก เพราะแม้กระทั่ง นปช.หากคุณจริงใจจริง คุณต้องจัดชุมนุมค้านนิรโทษกรรมให้อภิสิทธิ์กับสุเทพแล้ว แต่นี่คุณก็ทำก๊อกๆ แก๊กๆ ทำตัวไม่ต่างจากสาขาของพรรคเพื่อไทย”

อานนท์ คาดการณ์ “อนาคต” ของมวลชน เสื้อแดง ด้วยการเรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ว่า คนเสื้อแดงกำลังมีสภาวะ “ตาสว่างซ้อนตาสว่าง” กระจายตัวมากขึ้นในภาคมวลชน

“ตอนแรกตาสว่างกับชนชั้นนำ แต่พอมาเจอนักการเมืองที่พฤติการณ์ไม่เข้าท่า พฤติการณ์เลวๆ เขาจะกลายเป็นตาสว่าง 2 ชั้นซ้อนกัน เเต่จุดนี้ผมว่าพรรคเพื่อไทยเขามองขาดว่ายังไงๆ เสื้อแดงก็ต้องอยู่กับเขา แต่เขาประเมินพลาดไหมมันก็อีกเรื่อง ที่มาของรัฐบาลมันมาจากมวลชนทั้งประเทศก็จริง แต่ว่าความมั่นคงของรัฐบาล ผมว่าคนชั้นกลางหรือคนที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กสำคัญ คนเสื้อแดงต่อให้จำนวนไม่มากไปต่อต้านพรรคเพื่อไทยเรื่องร่าง พ.ร.บ. แต่มันสะเทือนได้เหมือนกัน

... เลือกตั้งครั้งหน้าเขาก็อาจจะได้เป็นรัฐบาลอยู่ เพราะหลักของคนเสื้อแดงมันไม่เลือกประชาธิปัตย์หรอก ต่อให้ยังไงเขาก็ไม่เลือก เขาอาจจะยังเลือกเพื่อไทย แต่จะมีแตกไปเลือกพรรคอื่น หรืออาจจะกาโนโหวต เรื่องโนโหวตนี่มีแต่อาจจะเปลี่ยนแบบยังไม่มีนัยสำคัญ ฉะนั้นผลการเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อไทยเขาอาจจะได้คะแนนเสียงไม่เกินครึ่ง แต่ทักษิณจะดึงพรรคเล็กพรรคน้อยมาได้ และสุดท้ายเพื่อไทยก็จะกลับมาอยู่ดี เพื่อไทยเขาคงประเมินขาดแล้วในเรื่องนี้”

ด้วยการเมืองไทยกลายเป็นสนามของ 2 พรรคใหญ่ เเต่ประชาธิปัตย์ยังเป็นของแสลงต่อคนเสื้อแดง ซึ่งผลสุดท้ายอาจทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ อานนท์ ระบุว่า ท่าทีของคน เสื้อแดงต่อเพื่อไทยจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญจากอาการ “ตาสว่างซ้อน” ที่เขาว่า

“ผลที่ตามมาคือความคาดหวัง ความไว้วางใจต่อนักการเมืองของคนเสื้อเเดงมันน้อยลง คือมันจะกลับมาตรวจสอบนักการเมืองกันเองเพิ่มมากขึ้น คุณบอกว่าตรวจสอบรัฐบาลเผด็จการ ตรวจสอบทหาร ตรวจสอบสถาบัน แต่สุดท้ายคุณก็ต้องย้อนกลับมาว่า คนที่คุณเลือกไปเองคุณก็ต้องกลับมาตรวจสอบด้วย สุดท้ายคนเสื้อแดงจะกลับมาตั้ง บนหลักการของการตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่าตรวจสอบเรื่องการทุจริตตลอดเวลา แต่ตรวจสอบเรื่องตัวแทนของพวกเขาว่าพูดจริง ทำจริงไหม หรือเป็นแค่พวกกะล่อนทางการเมือง

คือ มันอาจจะไม่ถึงจุดแตกหักถึงขนาดทิ้งพรรคเพื่อไทยทั้งหมด อารมณ์เราวัดไม่ได้หรอกจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง แต่จนกว่าจะมีการแอ็กชั่นออกมา ระหว่างนี้ที่มันต้องถูกตั้งคำถามแน่ๆ คือ เพื่อไทย สส.เสื้อเเดง จะเอาอะไรไปปราศรัย ถ้าถูกมวลชนโห่จะทำไง แต่ สส.คงไม่ได้คิดเรื่องนี้หรอก คิดแต่เพียงว่าการที่ออกมาเชียร์ว่าจะเอาทักษิณกลับบ้าน เพราะคิดว่าสมัยหน้าก็จะได้ลงต่อไง แต่ละคนก็เลยออกมาเลียกันเต็มที่”

จุดที่ว่าคนเสื้อแดงอาจไปไกลถึงตั้งพรรคหรือ ไม่? อานนท์ ตอบมาว่า “... จุดเด่นของคนเสื้อแดงไม่ได้อยู่ที่การตั้งพรรคการเมือง แต่จุดเด่นของคนเสื้อแดงอยู่ที่การรวมตัวกันของประชาชน และใช้มวลชนในการเคลื่อนไหวทางการเมืองตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของการชุมนุม แต่ไม่ได้คิดไปไกลจนกระทั่งตั้งพรรค คือไปตั้งก็ตั้งได้ แต่มันเป็นการทำลายจุดเด่นของคุณไป และบทบาทของมันคงจะไม่ต่างจากที่พรรคการเมืองใหม่เคยตั้งไปแล้ว”

ข่าวล่าสุด

'เอกนัฏ'เผชิญศึกหนัก ราคาพลังงานพุ่ง เร่งรื้อโครงสร้างต้นทุน ช่วยประชาชน