posttoday

'เอกนัฏ'เผชิญศึกหนัก ราคาพลังงานพุ่ง เร่งรื้อโครงสร้างต้นทุน ช่วยประชาชน

03 เมษายน 2569

 รมว.พลังงานใหม่เร่งแก้วิกฤตดีเซลพุ่ง 44 บาทและค่าไฟจ่อขึ้นราคาพร้อมตั้งคณะทำงานรื้อโครงสร้างต้นทุนให้โปร่งใสใน 15 วันหวังลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน

KEY

POINTS

  • วิกฤตสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน: สถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันติดลบอย่างหนัก จนต้องกู้เงิน 150,000 ล้านบาทเพื่อพยุงราคาดีเซลไม่ให้กระทบค่าขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
  • การปฏิรูปโครงสร้างราคาใน 15 วัน: การตั้งคณะกรรมการพิเศษตรวจสอบค่าการกลั่นและค่าการตลาดเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความโปร่งใสและหาทางลดราคาพลังงานอย่างยั่งยืน
  • บททดสอบความเชื่อมั่นรัฐบาล: ความสำเร็จในการแก้ปัญหาดีเซลและค่าไฟฟ้าจะเป็นตัวตัดสินคะแนนนิยมของรัฐบาลและรัฐมนตรีใหม่ ท่ามกลางกระแสการประท้วงและแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า

วิกฤตพลังงานโจทย์หินรับตำแหน่งใหม่

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ เข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่รุนแรง โดยมีภารกิจเร่งด่วนคือการจัดการกับราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงถึง 44.24 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อฐานอำนาจทางการเมืองและฝีมือการบริหารจัดการนโยบายในกระทรวงที่มีความอ่อนไหวสูงต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในสภาวะวิกฤตขาดสภาพคล่องอย่างหนัก จนต้องมีการพิจารณาออกพระราชกำหนด (พรก.) ค้ำประกันการกู้ยืมเงินจากกระทรวงการคลังวงเงินสูงถึง 150,000 ล้านบาท เพื่อนำมาประคับประคองสถานะกองทุนและพยุงราคาน้ำมันไม่ให้กระทบต่อประชาชนไปมากกว่านี้ "รัฐมนตรีต้องเผชิญกับภาระการพิจารณาเงินกู้ก้อนใหญ่เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน" แหล่งข่าวระบุถึงความตึงเครียดในเชิงงบประมาณ

รื้อโครงสร้างต้นทุนและมาตรการตรวจสอบเข้ม

เพื่อสร้างความโปร่งใสและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นายเอกนัฏได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษ (คตร.) เพื่อเข้าตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนราคาพลังงานและค่าการกลั่น โดยมีกำหนดระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจนต้องรายงานผลภายใน 15 วัน มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การทำให้ค่าการตลาดและค่าการกลั่นสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อลดภาระส่วนเกินที่ประชาชนต้องแบกรับท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง

นอกจากประเด็นน้ำมันแล้ว นายเอกนัฏยังต้องรับมือกับแนวโน้มการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอีก 48 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะซ้ำเติมความเดือดร้อนทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม การเร่งตรวจสอบโครงสร้างราคาจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า นายเอกนัฏ ในฐานะรัฐมนตรีพลังงาน จะสามารถทลายข้อจำกัดเดิมๆ และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ทันท่วงทีหรือไม่

แรงกดดันรอบทิศและทางออกของรัฐบาล

ความท้าทายของนายเอกนัฏไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขราคาพลังงาน แต่ยังรวมถึงแรงกดดันทางการเมืองจากการประท้วงของกลุ่มมวลชนที่ต้องการให้เร่งแก้ปัญหาตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง รวมถึงความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลและการสื่อสารข้อมูลที่ผิดพลาดในอดีต รัฐบาลจึงเตรียมนำมาตรการช่วยเหลือประชาชนเข้าสู่ที่ประชุม ครม. นัดพิเศษ เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส และการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น

"สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนการเข้าสู่ยุคกลียุคจากราคาพลังงาน" คือเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนที่ตอกย้ำถึงความรุนแรงของปัญหา รัฐบาลจึงต้องพยายามผลักดันการโอนงบประมาณและมาตรการกู้เงินเพื่อพยุงราคาดีเซลควบคู่ไปกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางพลังงานและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานของประชาชนทุกระดับ

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

แนวโน้มในอนาคต: ภายใน 15 วันข้างหน้า ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดพิเศษจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าราคาพลังงานในไทยจะถูกปรับลดลงจากการรื้อโครงสร้างต้นทุนได้จริงหรือไม่

ผลกระทบ: หากไม่สามารถพยุงราคาน้ำมันและค่าไฟได้ ต้นทุนสินค้าทุกชนิดจะปรับตัวสูงขึ้นอีกระลอก ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงขึ้นและกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนอย่างรุนแรง

แนวทางแก้ไข: รัฐบาลมุ่งเน้นการใช้กลไกการกู้เงิน 150,000 ล้านบาทเพื่อซื้อเวลา ควบคู่ไปกับการอัดฉีดเม็ดเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่ง พลัส เพื่อประคองเศรษฐกิจฐานรากในระยะเร่งด่วน

 

 

ข่าวล่าสุด

ททท. ผนึก แกร็บ เปิดตัว Travel Pass ปั้นไทยจุดหมายดิจิทัลสุดคุ้ม