ชำแหละสูตรแก้พิษน้ำมันแพง"สุชาติ"แนะโละกองทุน-ลดภาษี-คุมค่าการกลั่น
อดีต รมว.คลัง "สุชาติ ธาดาธำรงเวช" เสนอรัฐสังคายนาระบบพลังงาน เลิกอุ้มราคาน้ำมันผ่านกองทุนฯ หวั่นหนี้สาธารณะทะลุเพดาน ชูโมเดลลดภาษี-คูปองดิจิทัลช่วยกลุ่มเปราะบางแทน
KEY
POINTS
- ค้านการกู้เงินโปะกองทุนน้ำมัน หวั่นกระทบวินัยการเงินการคลังและระดับหนี้สาธารณะที่จ่อเพดาน 70% ของ GDP
- เสนอลด/ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และคุมกำไรโรงกลั่น (Normal Profit) เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการขนส่งโดยตรง
- แนะใช้โมเดลคูปองดิจิทัลช่วยกลุ่มเปราะบาง (Demand-side) แทนการอุ้มราคาแบบหว่านแห เพื่อความโปร่งใสและประหยัดงบประมาณ
ผ่าทางตันกองทุนน้ำมัน: เลิกอุ้มแบบหว่านแห-ค้านเพิ่มหนี้สาธารณะ
ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดมุมมองวิเคราะห์วิกฤตราคาน้ำมัน โดยแสดงจุดยืนคัดค้าน การเพิ่มเพดานหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยขยับเข้าใกล้ระดับ 70% ของ GDP การกู้เงินมาอุดหนุนราคา นอกจากจะเพิ่มภาระหนี้ที่ไม่มีแผนชำระคืนชัดเจนแล้ว ยังเป็นการใช้นโยบายที่ "ผิดฝาผิดตัว" มาตั้งแต่ต้น
ศ.ดร.สุชาติ ชี้ให้เห็นว่า การอุ้มราคาน้ำมันแบบรวมทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อสูงได้รับประโยชน์ไปด้วยอย่างไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกันกองทุนน้ำมันยังกลายเป็นช่องโหว่ที่เปิดทางให้เกิดการทุจริตและการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร ดร.สุชาติจึงเสนอให้ "ยกเลิก" กองทุนน้ำมัน และปล่อยให้ราคาสะท้อนกลไกตลาดโลก เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อวินัยการเงินการคลังของไทย
รื้อโครงสร้างภาษี-คุมค่าการกลั่น: ทางรอดเศรษฐกิจฐานราก
ในส่วนของโครงสร้างราคา ดร.สุชาติเสนอให้ลดหรือยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยให้เหตุผลว่าน้ำมันไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยแต่เป็นต้นทุนการผลิตที่จำเป็น หากรัฐกังวลเรื่องรายได้ที่หายไป ควรไปแก้ที่ต้นเหตุด้วยการ "ลดขนาดภาครัฐ" และตัดงบประมาณกระทรวงที่ฟุ่มเฟือยแทนที่จะมาจัดเก็บภาษีจากความเดือดร้อนของประชาชนในอัตราที่สูงเกินจริง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐเข้าควบคุม "ค่าการกลั่น" โดยกำหนดอัตรากำไรปกติ เนื่องจากโรงกลั่นส่วนใหญ่มีรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และน้ำมันเป็นสินค้าจำเป็น การปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรส่วนเกินในขณะที่ประชาชนแบกภาระหนักจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หากมีการส่งออกน้ำมันในจังหวะที่ราคาโลกสูง รัฐควรพิจารณาเก็บภาษีส่งออกเพื่อรักษาอุปทานในประเทศและสร้างรายได้กลับคืนสู่คลัง
เปลี่ยนผ่านสู่ Demand-side Subsidy อุดหนุนตรงจุดผ่านดิจิทัล
สำหรับแนวโน้มการช่วยเหลือในอนาคต ดร.สุชาติเสนอทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการอุ้มราคา คือการอุดหนุนโดยตรงแก่ผู้บริโภค ผ่านระบบคูปองหรือดิจิทัล โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายที่รัฐมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เกษตรกร และผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย วิธีนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มหาศาลและลดโอกาสการกักตุนสินค้า
ในเชิงนโยบาย หากรัฐบาลปรับเปลี่ยนตามแนวทางนี้ จะส่งผลบวกต่อโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ลดภาระหนี้สาธารณะ และทำให้การจัดสรรงบประมาณเยียวยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่การกล้าตัดสินใจทางการเมืองในการรื้อระบบเดิมที่ฝังรากลึกมานาน เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการบริหารจัดการพลังงานที่เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิก)


