posttoday
ไม่จบแค่นี้

ไม่จบแค่นี้

09 ตุลาคม 2556

บลูมเบิร์กวิเคราะห์เหตุประท้วงจนนำไปสู่การนองเลือดของประชาชนผู้สนับสนุน โมฮัมเหม็ด มอร์ซี อดีตประธานาธิบดีแห่งอียิปต์ ว่า กองทัพอียิปต์ซึ่งทำปฏิวัติรัฐบาลเมื่อ 3 เดือนก่อน ล้มเหลวในการป้องกันมิให้เกิดเหตุประท้วงกลางเมืองและฟื้นฟูประชาธิปไตยตามที่เคยกล่าวอ้างมา

บลูมเบิร์กวิเคราะห์เหตุประท้วงจนนำไปสู่การนองเลือดของประชาชนผู้สนับสนุน โมฮัมเหม็ด มอร์ซี อดีตประธานาธิบดีแห่งอียิปต์ ว่า กองทัพอียิปต์ซึ่งทำปฏิวัติรัฐบาลเมื่อ 3 เดือนก่อน ล้มเหลวในการป้องกันมิให้เกิดเหตุประท้วงกลางเมืองและฟื้นฟูประชาธิปไตยตามที่เคยกล่าวอ้างมา

สำนักข่าวมะกันวิเคราะห์ว่า การปฏิวัติทางทหารภายใต้การนำของ พล.อ.อับเดลฟัตตอห์ อัลซิซี เป็นการกำจัดศัตรูทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยได้รับเงินสนับสนุนกว่า 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากซาอุดิอาระเบียและประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียที่ต้องการเห็นอียิปต์ตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการทางทหารต่อไป

บลูมเบิร์กรายงานต่อว่า รัฐบาลทหารอียิปต์อาจสามารถรักษาเก้าอี้ให้มั่นคงตราบเท่าที่เศรษฐกิจดีและกำราบขั้วอำนาจอื่นได้อยู่หมัด แต่ความสงบนี้จะไม่ยั่งยืน เนื่องจากสำนึกต่อต้านเผด็จการของชาวอียิปต์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว หลังเหตุการณ์ปฏิวัติโดมิโนในประเทศแถบตะวันออกกลาง รวมถึง “ทริก” อย่างการชักใยอดีตประธานาธิบดีโหด ฮอสนี มูบารัก เมื่อปี 2011 ของกองทัพ ก็เป็นมุขเก่าๆ ที่ใช้หลอกประชาชนไม่ได้อีก

ทั้งนี้ แม้อดีตประธานาธิบดี มอร์ซี จะเป็นผู้นำที่ไม่ได้เรื่อง เพราะพยายามรักษาเก้าอี้มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองเรื้อรังคือการนำอดีตผู้นำ มอร์ซี ออกจากคุก และต้องลงโทษอัลซิซี ในฐานะที่ทำการปฏิวัติ ขณะที่รัฐบาลอียิปต์ต้องพึ่งพาตัวเองให้มาก เนื่องจากสหรัฐและสหภาพยุโรปไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร