
เจ้าพระยาเอ่อท่วมบ้านริมตลิ่งสามโคก
น้ำจากเจ้าพระยาเริ่มเอ่อท่วมบ้านเรือนริมตลิ่ง อ.สามโคก ปทุมฯ "ปลอด" ยันไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำปี54 ระดับน้ำเจ้าพระยายังไม่น่าห่วง
น้ำจากเจ้าพระยาเริ่มเอ่อท่วมบ้านเรือนริมตลิ่ง อ.สามโคก ปทุมฯ "ปลอด" ยันไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำปี54 ระดับน้ำเจ้าพระยายังไม่น่าห่วง
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้เริ่มมีน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ชาวบ้านต่างพากันเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำขึ้นที่สูง
นอกจากนี้ชาวบ้านต่างก็พากันนำเรือออกมาใช้เพื่อสัญจรเนื่องจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถเข้า-ออกบ้านได้ โดยปริมาณน้ำที่เข้าท่วมมีระดับอยู่ที่ประมาณ 20-40 ซม. ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา
ด้าน นายบุญเชิด คงทน อายุ 47 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ได้เตรียมการขนของขึ้นที่สูงแล้ว เพราะเห็นว่าระดับน้ำช่วง 1-2 วันนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงนำเรือออกมายาอุดรอยรั่ว เพื่อเตรียมไว้ใช้งาน เนื่องจากบ้านของตนเองอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ขณะที่ นายชูชาติ ศุภวรรธนางกูร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 2.25 ม. ต่ำกว่าแนวเขื่อนกั้นน้ำ ที่สูง 3.35ม. ถือว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง แต่เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออก เช่น ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต และเซียร์รังสิต จะเร่งระบายน้ำให้อยู่ที่ 1.60 ม. จากปัจจุบันที่ปริมาณน้ำฝั่งตะวันออกในคลองรังสิตประยูรสักที่ 1.70ม. เพื่อเตรียมรองรับน้ำที่จะมาจากอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ปริมาณน้ำดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนแต่อย่างใด
ด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธาน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ( กบอ.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่น่าเป็นห่วง และจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 แต่สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ พายุจากคาบสมุทรแปซิฟิก ที่อาจจะเข้ามาหลังจากนี้ เพราะจากสถิติจากนี้ถึงสิ้นปี จะเกิดพายุในคาบสมุทรแปซิฟิก 5-10ลูก แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเข้าที่ใด และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางตอนบน ซึ่งจะมีแน่นอนโดยจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลางตอนบน รวมถึงน้ำทะเลหนุนสูง ที่ปีนี้สูงกว่าปกติ10-30 ซม. จะส่งผลต่อพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะฝั่งธนบุรี
ทั้งนี้หากองค์ประกอบ ดังกล่าวไม่เกิดพร้อมกันก็ไม่น่าเป็นห่วงให้พื้นที่ที่มีปัญหาแก้ปัญหาของตนเองไป แต่หาก ทั้ง3องค์ประกอบเกิดขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้เกิดปัญหาในระยะสั้นได้ และมั่นใจว่าจะคลี่คลายสถานการณ์ได้







