posttoday
กรมศุลฯรวบสาวภูฏานขนยาเสพติดเข้าไทย

กรมศุลฯรวบสาวภูฏานขนยาเสพติดเข้าไทย

02 กันยายน 2556

กรมศุลกากรจับสาวชาวภูฏานลักลอบขนยาเคตามีนเข้าไทยน้ำหนักรวม 4,790 กรัม มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

กรมศุลกากรจับสาวชาวภูฏานลักลอบขนยาเคตามีนเข้าไทยน้ำหนักรวม 4,790 กรัม มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กรมศุลกากร นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดี รักษาการอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายไพศาล ชื่นจิตร ผอ.สำนักสืบสวนและปราบปราม แถลงจับกุมน.ส.ชิโม อายุ 26 ปี สัญชาติภูฏาน พร้อมของกลาง ยาเสพติด ประเภท เคตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 4,790 กรัม มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดปราบปราม และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ได้ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางของหญิงต่างชาติ จึงทำการติดตามเจ้าของเพื่อขอตรวจค้น ทราบชื่อ น.ส.ชิโม เป็นชาวภูฏาน ซึ่งโดยสารมากับสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB 140 ของวันที่ 1 ก.ย. ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 16.20 น.

จากการตรวจสอบด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์พบว่า มีวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในกระเป๋า จึงนำมาตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่า มีวัตถุเป็นเกล็ดผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสห่อหุ้มทับด้วยกระดาษ คาร์บอนซุกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าบุพื้นกระเป๋า จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 4,790 กรัม เมื่อทดสอบเบื้องต้นด้วยสารเคมีทดสอบยาเสพติดปรากฏว่าเป็นยาเสพติด ประเภท เคตามีน ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 จึงแสดงตัวจับกุม

สอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า กระเป๋าสัมภาระและวัตถุดังกล่าวที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเป็นของตนเองที่ ได้รับว่าจ้างจากชายชาวอินเดีย ไม่ทราบชื่อและนามสกุล ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่นบาท ให้นำเข้ามาที่ประเทศไทย และจะมีชายชาวอินเดียติดต่อกลับมาอีกครั้ง เพื่อรับของ

ด้านนายยุทธนา หยิมการุณ กล่าวว่า ทางศุลกากรมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากที่ผ่านมาในอดีตส่วนมากจะจับกุมผู้ขนยาเป็นชาวอินเดียได้เป็นส่วน ใหญ่ จึงทำให้ชาวอินเดียปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการส่งยา โดยจะใช้ชาวภูฏานแทน ซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่า มีการเดินทางเข้ามาในเมืองไทยประมาณ 5 ครั้ง ก่อนถูกจับได้ โดยก่อนหน้าที่จะถูกจับ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเดินทางมาในลักษณะท่องเที่ยว เพื่อสำรวจเส้นทาง ซึ่งแต่ละครั้งจะอยู่ 3-4 วัน โดยจะไปเปิดโรงแรมวังบูรพาพัก แถวเยาวราช 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหาว่า มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท พ.ศ. 2518 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด