
โรงแรมราชประสงค์โละคน
โพสต์ทูเดย์
— ร้องโรงแรมย่านราชประสงค์เลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราวแล้วโดยไม่จ่ายเงินชดเชยน.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยถึงผลกระทบการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปิดการจราจรแยกราชประสงค์ว่า ล่าสุดได้รับข้อมูลสถานประกอบการประเภทโรงแรมบริเวณแยกราชประสงค์เริ่มเลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราวโดยไม่จ่ายเงินชดเชยแล้ว นายจ้างอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ซึ่งลูกจ้างประเภทนี้มีประมาณ 10% ของลูกจ้างทั้งหมด
สำหรับภาพรวมลูกจ้างในย่านราชประสงค์ คาดว่าได้รับผลกระทบกว่า 9 หมื่นคน แต่ที่ผ่านมามีการไปร้องเรียนศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านการจ้างงานจากการชุมนุมทางการเมือง (ศจช.) กระทรวงแรงงาน ร้องเรียนยังไม่ถึง 100 คน ทั้งที่ผู้เดือดร้อนมีจำนวนมาก สะท้อนว่ากลไกรับเรื่องราวน่าจะมีปัญหา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเปิดช่องทางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ให้มากขึ้น
"ขณะนี้ลูกจ้างกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่ารถ หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ยิ่งคนมีครอบครัว และลูกกำลังจะเปิดเทอม ยิ่งกลุ้มหนัก ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่าย เพราะแม้จะได้เงินเดือน แต่รายได้หลักจากค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าคอมมิชชั่นกลายเป็นศูนย์ ภาครัฐบอกแต่ว่าจะช่วยแต่ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม จึงอยากวอนให้เร่งแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด หากการชุมนุมยังยืดเยื้อต่อไป"
เธอยังกล่าวตำหนิมาตรการช่วยเหลือที่จะนำงบประมาณโครงการต้นกล้าอาชีพมาช่วยเหลือว่า อาจไม่ตรงจุด เพราะกลุ่มคนเดือดร้อน ถือว่ามีอาชีพ และมีฝีมืออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปฝึกอาชีพอีก ที่สำคัญเงินเบี้ยเลี้ยงที่จะได้จากการฝึกอาชีพ วันละ 120 บาทไม่เพียงพอ จึงอยากเสนอให้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เช่น จ่ายเงินช่วยเหลือเป็นค่าชดเชยการขาดรายได้ หรือหาพื้นที่ในการประกอบอาชีพให้ใหม่ น.ส.วิไลวรรณ ทำให้นายจ้าง ลูกจ้างถูกผลกระทบกว่า 90,000 คน แต่ภาครัฐยังไม่มีมาตรการใดๆ เป็นรูปธรรมช่วยเหลือผู้เดือดร้อนกล่าวอีกว่า ล่าสุด จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ด้วย สำหรับลูกจ้างประจำขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเลิกจ้าง แต่เชื่อหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไปจะเริ่มมีการเลิกจ้างหลังสิ้นเดือนเมษายนนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ
“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงวันที่ 10 เม.ย. และ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น คือ กลุ่มลูกจ้าง โดยเฉพาะลูกจ้างที่รับจ้างแบบรายวัน โดยจ้างแบบเฉพาะกิจ และถูกเลิกจ้าง หรือไม่มีการจ้าง เนื่องจากกิจการปิดอยู่ ซึ่งคนในกลุ่มนี้จะได้รับการช่วยเหลือเป็นกลุ่มแรกขณะที่ผู้ประกอบการ จะมีการหารือช่วยเหลือต่อไป คาดใน 23 วันนี้จะสามารถดำเนินการได้ ขณะนี้ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องที่ในพื้นที่ย่านราชประสงค์ ไม่ว่า ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านค้าต่างๆ ได้มีการนำข้อเสนอและได้มีการประมาณการความเสียหายต่างๆเข้ามาแล้ว ซึ่งภายในสองถึงสามวันนี้ ที่จะสามารถดำเนินการได้ คือ เรื่องการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวสภาพคล่อง และสินค้าบางประเภทที่มีอายุจำกัด ที่จำเป็นจะต้องเร่งระบายสินค้าต่างๆ ออกไป ซึ่งรัฐบาลจะเร่งพยายามหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เดิมคาดว่าอยู่ที่ 3.54.5% โดยจะขอดูผลกระทบเดือน เม.ย.นี้
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประเมินสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก ที่ก่อนหน้าที่มีเหตุการณ์ไม่สงบ หรือก่อนที่จะมีการชุมนุมทั้งหลาย เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการขยายตัวอยู่ในอัตราที่เกินเป้าหมาย ซึ่งมีการประมาณการว่าอัตราการเจริญเติบทางเศรษฐกิจของประเทศในปีจะอยู่ในระดับร้อยละ 3.5 4.5 แต่พอตัวเลขในช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ที่การประมาณการจากหลายหน่วยงาน องค์กรต่างประเทศ ได้มีการประมาณการไว้ว่าประเทศจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากถึงร้อยละ 6.2 แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ และมีการชุมนุมจนถึงในปัจจุบันนี้ หน่วยงานทางราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถที่จะปรับตัวเลขทางเศรษฐกิจไปตามที่มีการคาดการณ์เอาไว้ได้ ในทางตรงกันเราคงจะต้องดูผลกระทบจากในเดือนนี้ และในช่วงเดือนที่ผ่านมา เราคงจะต้องมีการมาดูการปรับตัวเลขกันต่อไป







