
แอร์พอร์ตลิงค์ - สายสีแดงต้นแบบการพัฒนารถไฟทั้งระบบ
ธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการประชุมระหว่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บนรถไฟเที่ยวพิเศษระหว่างไปประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้ ร.ฟ.ท.ปรับโครงสร้างการบริหารงานให้เป็นโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศในราคาที่เหมาะสม
ธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการประชุมระหว่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บนรถไฟเที่ยวพิเศษระหว่างไปประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้ ร.ฟ.ท.ปรับโครงสร้างการบริหารงานให้เป็นโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศในราคาที่เหมาะสม
รวมถึงให้พัฒนาการบริการแบบครบวงจรโดยร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น TCDC โดยจะใช้สถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นต้นแบบการพัฒนา นอกจากนี้ได้เสนอแนวทาง ร.ฟ.ท. 4 ด้าน 1.สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบรถไฟไทย 2.พัฒนาบริการเพื่อผู้โดยสาร 3.บริหารทรัพยากรของรถไฟที่มีอยู่ และ 4.พัฒนาบุคลากรของการรถไฟให้พร้อมรองรับการขยายตัวของรถไฟในอนาคต
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ร.ฟ.ท.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง เพื่อสร้างต้นแบบในการพัฒนารถไฟและการบริหารสินทรัพย์ของรถไฟ
โฆษกรัฐบาล ระบุอีกว่า ที่ประชุมยังได้สรุปให้เลือกเส้นทางรถไฟสายสีแดง บางซื่อรังสิต และแอร์พอร์ตลิงค์ พัฒนาเป็นต้นแบบของรถไฟทั้งระบบ ทั้งการบริหารพื้นที่สถานี จุดเชื่อมต่อ การออกแบบ การให้บริการทั้งบนชานชาลาและในรถไฟ นอกจากนี้ให้นำพื้นที่ของการรถไฟ เช่น พื้นที่มักกะสัน และที่ดินริมแม่น้ำ เพื่อหารายได้มาล้างหนี้และลดภาระขาดทุนสะสมให้ ร.ฟ.ท.
อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทในเบื้องต้นนั้น จะมีความยาวเส้นทางรวม 1,447 กิโลเมตร ผ่าน 24 จังหวัด มีเที่ยวรถไฟให้บริการกว่า 200 เที่ยวต่อวัน ให้บริการผู้โดยสารได้กว่า 40 ล้านคนต่อปี และยังมีการพัฒนารถไฟทางคู่ทั่วประเทศ โดยจะพัฒนาระบบรถไฟทั้งหมดให้เป็นทางคู่เพื่อทำให้เพิ่มความสะดวกการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ
รวมถึงการสร้างรถไฟทางคู่ใหม่อีก 3 เส้นทาง คือ เส้นทางเด่นชัยเชียงรายเชียงของ เส้นทางบ้านไผ่มุกดาหาร และเส้นทางภาชีนครหลวง
ด้าน ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ได้รายงานวิสัยทัศน์ในการพัฒนารถไฟไทยต่อนายกรัฐมนตรี ว่า ตั้งเป้าหมายในปี 2563 ให้รถไฟกลับมาเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอีกครั้ง เมื่อการลงทุนตามโครงการ 2 ล้านล้านบาทแล้วเสร็จ โดยตั้งเป้าพัฒนาการรถไฟ 6 ด้าน คือ 1.ลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต่อจีดีพี 2.เปลี่ยนวิธีการเดินทางของประชาชนจากรถยนต์มาใช้รถไฟมากขึ้น 3.ชักชวนให้ผู้ประกอบการหันมาขนส่งด้วยรถไฟมากขึ้น 4.เพิ่มสัดส่วนผู้โดยสาร 5.เพิ่มความเร็วเฉลี่ยของรถไฟไทย 6.สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่น







