
ศาลฎีกาพิพากษายืนยกฟ้อง"บิ๊กขี้หลี"
ศาลชี้สื่อทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริง"บิ๊กขี้หลี"ไม่ละเมิดพล.ต.อ.สันต์ฟ้องเรียก2.5พันล้าน
ศาลชี้สื่อทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริง"บิ๊กขี้หลี"ไม่ละเมิดพล.ต.อ.สันต์ฟ้องเรียก2.5พันล้าน
ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผบ.ตร.เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และจำเลยร่วม 17 คน ซึ่งประกอบไปด้วยสื่อมวลชน และเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายรวม 2,500 ล้านบาท กรณีไขข่าวแพร่หลายอันเป็นเท็จทำนองว่า เมื่อระหว่างโจทก์เป็น ผบ.ตร. ไปทำหน้าที่หัวหน้ารักษาความปลอดภัยการประชุมครม.ที่จ.ภูเก็ต และจ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 26 และ 31 พ.ค.2546 มีพฤติการณ์พูดจาลวนลามนักข่าวสาว เป็นนายพลหื่นกามเป็นเฒ่าหัวงู ทั้งที่ความจริงเพียงเรียกนักข่าวสาวคนหนึ่งไปสอบถามกรณีไม่ติดบัตรประจำตัว ทำให้ได้รับความเสียหาย
ศาลฎีกาประชุมปรึกษาหารือกันอย่างละเอียดรอบครอบแล้วเห็นว่า ข้อความที่จำเลยนำมาลงตีพิมพ์ซึ่งเป็นที่มาของคดีนี้ โจทก์มีเพียงพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ กับพวกซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาเบิกความว่าโจทก์ไม่ได้มีพฤติการณ์ตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ขณะเกิดเหตุโจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.ถือเป็นแหล่งข่าวสำคัญของอาชีพผู้สื่อข่าว หากไม่มีเหตุการณ์ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้การปรักปรำโจทก์
ที่โจทก์อ้างว่า เรียกนักข่าวสาวคนดังกล่าว มาเพื่อตักเตือนเรื่องไม่ติดบัตรประจำตัว โจทก์สามารถสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตักเตือนได้ไม่จำเป็นต้องเรียกมาพบโดยตรง จึงฟังได้ว่าโจทก์ และผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจริง การกระทำของจำเลยในฐานะสื่อมวลชนได้นำเสนอข้อเท็จจริงรายงานสารธารณชน จึงไม่ได้เป็นการกระทำละเมิด ศาลล่างทั้งสองศาลพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.







