posttoday
เพื่อนใหม่ๆของรุ่นลูก

เพื่อนใหม่ๆของรุ่นลูก

25 กรกฎาคม 2556

เพราะประชากรโลกยังขยายจำนวนไม่หยุด...

เพราะประชากรโลกยังขยายจำนวนไม่หยุด...

ใน ค.ศ. 2050 หรือเกือบ 50 ปีนับจากนี้ สหประชาชาติคาดจากสถิติว่า หากไม่มีสงครามใหญ่ ไม่มีโรคระบาดที่คุมไม่ได้ โลกจะมีประชากรถึง 9,000 ล้านคน หรือเพิ่มเฉลี่ย 50 ล้านคน/ปี

ป่านนั้น...รุ่นเราไปเกิดใหม่กันหมดแล้วล่ะครับ...! รุ่นลูกเราหลายคนก็จวนๆ จะขึ้นเมรุเหมือนกัน

แต่ถ้าลูกอายุยังไม่ถึง 10 ขวบวันนี้ ... รวมทั้งลูกผมด้วย เขาจะยังมีอายุขัยนานพอที่จะเผชิญกับภาวะที่มนุษย์ไม่เคยเจอมาก่อน

เมืองจะขยายตัวอย่างมาก ขณะนี้มนุษย์ 52% อาศัยในเขตเมือง มหานครขนาด 20 ล้านคน กำลังผุดขึ้นมาเรื่อยๆ

แต่ใน ค.ศ. 2050 สัดส่วน 67% ของมนุษย์จะอยู่ในเมือง ทักษะการอยู่ร่วมกันในเมืองจะแตกต่างไปอีกมาก

ผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปีทั่วโลก ในวันนี้มี 11% แต่จะเพิ่มเป็น 22% ในวันนั้น

โลกไม่เคยมีสถานการณ์แบบนี้มาก่อนครับ...

เมืองไทยวันนั้นจะมีผู้สูงวัยเป็น 32% ของจำนวนประชากร ไล่หลังสัดส่วนผู้สูงวัยในยุโรป ซึ่งวันนั้นจะมีอยู่ที่ 34% ระดับเดียวกันกับจีนแผ่นดินใหญ่

ร่อแร่กว่าใคร คือ ญี่ปุ่น เพราะคนแก่จะมากถึง 41% อินเดียกับแอฟริกา แม้ยังเหลือหนุ่มสาวเยอะกว่าใคร เพราะจะมีคนสูงอายุเพียง 19% กับ 14% แต่ก็ไม่ใช่น้อยอยู่ดี

แรงงานจะหายาก พลังงานมีราคาแพงลิบลิ่ว คนเหล่านี้ทั้งหมดจะเป็นคนชั้นกลางเกือบครึ่ง

คนชั้นกลางที่ไหนก็ตามในโลกนี้...จะใส่ใจสุขภาพกันมาก เพราะรู้ว่าอายุขัยยาวขึ้น...ความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ก็สามารถเข้าถึง จึงเน้นกินผัก...ผลไม้...และโปรตีน วิตามินให้ครบห้าหมู่

สอนลูกหลานให้กินผักผลไม้ท้องถิ่นให้คล่องปากไว้เถอะครับ อย่าพึ่งพาอาหารนำเข้ามากนัก

และถ้าทำได้ควรสอนให้ปลูกผลไม้ หัดปลูกผักสวนครัวพื้นบ้านเอาไว้ ได้ใช้แน่

FAO ชี้ว่า ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของโลกมีเพียง 38% ของแผ่นดินทั้งหมด ปลูกพืชไร่ 11% เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 26% เหลือปลูกพืชยืนต้นอย่างไม้ผลไม้ใหญ่แค่ 1% กว่า

นอกเหนือจากนี้ คือ ป่าเขา ทะเลทราย และกลายเป็นเมืองให้มนุษย์อยู่อาศัย

ประเทศไทยมีสัดส่วนพื้นที่เกษตรมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของโลก คือ ยังมีถึง 41% เป็นพื้นที่พืชไร่ 21% ปศุสัตว์ 1% ที่เหลือทำผสมไปมาระหว่างนาข้าวกับพืชอื่นๆ

โลกประกอบด้วยน้ำมากถึง 97% แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด อีก 2% เป็นน้ำแข็งอยู่ตามขั้วโลก จืดเหมือนกันแต่ใช้การอะไรไม่ได้

อีก 20 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2030) ความต้องการน้ำจืดของมนุษย์จะเพิ่มอีก 50% จากปัจจุบัน เตรียมลูกหลานให้อยู่กับภาวะน้ำแพงได้เลย

ที่ทำกินในเขตชลประทาน ร้อนชื้น เขตศูนย์สูตร มีทั้งน้ำฝนและน้ำท่า อย่างเมืองไทย และอีกหลายแห่งในอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จะเป็นพื้นที่การผลิตที่ทรงคุณค่ายิ่ง คือ มีน้ำ มีดิน มีแดด

ประเทศลาวกำลังหาเงินกู้เพื่อลงทุนทำระบบชลประทานของประเทศ รองรับโอกาสทองที่จะมาให้ประชาชนลาวในอีก 10 ปีข้างหน้า แม้กับระเบิดจากสงครามอินโดจีนจะกระจายอยู่อีกพอควร แต่ลาวมีดินอันอุดม พืชท้องถิ่นที่แข็งแรงทนทานและมีปริมาณน้ำฝน น้ำท่าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในแถบนี้

ลาวมีนโยบายต้อนรับการลงทุนด้านการเกษตรจากต่างประเทศ...และลาวก็ไม่อยากให้จีนเอาที่ดินลาวไปใช้มากเกินพอดี...

ลาวจึงหวังให้ผู้ประกอบการด้านเกษตรของไทยไปลงทุนในลาว เพราะมีเทคโนโลยี ทุน และการจัดการที่ดี ที่สำคัญพูดคุยกันรู้เรื่อง ประชาชนลาวรับถ่ายทอดความรู้ได้โดยไม่ต้องผ่านล่าม

อีก 20 ปีข้างหน้า พม่าจะเปลี่ยนไปอีกมาก เมื่อการพัฒนาสารพัดถูกประเคนเข้าไป จนระบบสาธารณูปโภคกลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง ทั้งน้ำ ไฟ และถนน

ทำเลอาเซียนเรานี้...ดีจริงๆ ครับ สอนลูกสอนหลานให้รู้จักเพื่อนบ้านอันอุดมสมบูรณ์ให้ดี...ให้เขามีเพื่อนอาเซียนที่รู้จักมักคุ้นกันมาตั้งแต่เด็กแต่เล็กได้ยิ่งดี

เพราะเด็กในดินแดนนี้นี่แหละ ที่จะเป็นที่พึ่งแก่ปากท้องของผู้คนในโลกฟากนี้ ในอีก 20 ปีข้างหน้า

...วันที่ลูกเรา...เขาอายุ 30 ปีพอดี..

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร