posttoday
คอนโดเก็งกำไรหายวับซื้อการเมืองนอกน้อยลง

คอนโดเก็งกำไรหายวับซื้อการเมืองนอกน้อยลง

21 มิถุนายน 2556

ธนาคารกลางสหรัฐประกาศก้องว่าจะลดสภาพคล่องของโลก สร้างแรงกระเพื่อมไปทุกหย่อมหญ้า ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องรีบหามาตรการมารับมือ เพราะกำลังซื้อจะหดหายไปจากระบบ โดย อิสระ บุญยัง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การลดหรือถอนมาตรการคิวอี เป็นเรื่องปกติที่เงินทุนจะไหลกลับคืนตลาดสหรัฐ ทำให้ความมั่งคั่งในตลาดทุนของไทยลดลง กลุ่มนี้ก็จะหายไปจากตลาดคอนโดมิเนียมด้วย

ธนาคารกลางสหรัฐประกาศก้องว่าจะลดสภาพคล่องของโลก สร้างแรงกระเพื่อมไปทุกหย่อมหญ้า ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องรีบหามาตรการมารับมือ เพราะกำลังซื้อจะหดหายไปจากระบบ โดย อิสระ บุญยัง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การลดหรือถอนมาตรการคิวอี เป็นเรื่องปกติที่เงินทุนจะไหลกลับคืนตลาดสหรัฐ ทำให้ความมั่งคั่งในตลาดทุนของไทยลดลง กลุ่มนี้ก็จะหายไปจากตลาดคอนโดมิเนียมด้วย

“ผู้ซื้อลงทุนในคอนโดมิเนียมอาจจะหายไปบ้าง อีกทั้งคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์อาจชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบกับเรียล เซ็กเตอร์ไม่มาก จึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตามองว่าปริมาณของการไหลออกเพียงใด ต้องระมัดระวังในการลงทุน” อิสระ กล่าว

ทางด้าน อาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ต้นทุนการกู้ยืมเงินเหรียญสหรัฐของธุรกิจไทยปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์จะเริ่มหายากขึ้น ทำให้ดีลต่างๆ ต้องพับแผนไป แต่ยอมรับว่าโอกาสที่เอื้ออำนวยให้ธุรกิจไทยไปซื้อกิจการต่างประเทศจะลดลง คนที่จะออกไปอาจต้องมีเงินสดเยอะหน่อย

“โดยส่วนตัวเชื่อว่าต้นทุนเงินจะเพิ่มขึ้นไม่มาก เช่น จาก 5% ขยับเป็น 66.5% คงไม่ใช่จาก 5% ไป 10%” อาทิตย์ กล่าว

การออกไปซื้อกิจการต่างประเทศ นอกจากต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ธุรกิจไทยต้องจับตามอง เช่น ภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่จะเป็นแรงกดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับลดลง ซึ่งในภาวะอย่างนี้การที่ธุรกิจเหมืองจะขยายออกไปต่างประเทศก็อาจไม่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ อาจต้องรอดูการปรับทิศทางของตลาดและดูว่าลูกค้าจะมีการปรับแผนหรือไม่ อีกสักระยะจึงจะเห็นภาพที่ชัดเจน

สภาพคล่องที่จะเหือดหายไป นอกจากส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว อาจจะทำให้บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนได้น้อยลง ซึ่ง จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียน่าจะยังเป็นภูมิภาคเดียวที่เศรษฐกิจจะมีการเจริญเติบโตได้ และยังน่าลงทุนอยู่ แม้จะมีตัวเลขเศรษฐกิจจีนปรับลงไปบ้างก็ตาม ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นยังดี และเชื่อว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยยังสามารถทำกำไรท่ามกลางสถานการณ์ผันผวนได้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าภาวะตลาดที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) บ้าง เพราะมูลค่าการระดมทุนอาจจะได้ลดลงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และช่วงที่เหมาะสมของหุ้นไอพีโอก็ผ่านไปแล้วในช่วงไตรมาสแรก

ทั้งนี้ มั่นใจในศักยภาพของตลาดหุ้นที่ยังเป็นทางเลือกให้บริษัทต่างๆ มีการระดมทุนได้หลากหลายและถูกกว่าบริษัทที่ไม่ได้เข้าตลาด

วรดา ตั้งสืบกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไอพีโอตอนนี้ประตูยังไม่ปิดตาย และมีเพียงสาเหตุเดียวที่จะทำให้ตลาดไอพีโอประตูปิดตายคือกรณีการเมือง

“สิ่งที่บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินต้องทำตอนนี้คือ การวางกลยุทธ์การนำหุ้นไอพีโอเข้าให้ดี อันดับแรก คือ การจับจังหวะการขายหุ้นและการเข้าจดทะเบียนให้ดี รองลงมา คือ การปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งปกติหากบริษัทมีมูลค่าการระดมทุนหลัก 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป ก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงมากขึ้น และอาจจะมีการเลื่อนระยะเวลาออกไปได้” วรดา กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่