
หมดเวลารัฐบาลไทย
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ เดอะ ฮินดู ในอินเดีย ได้เขียนถึงสถานการณ์ในประเทศไทยเอาไว้ว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะคงอยู่ต่อไปได้อีกนาน เพราะเมื่อ 23 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มผู้ประท้วง ก่อนจะเกิดการปะทะกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 21 คน
การใช้ความเด็ดขาดกับผู้ชุมนุมยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และกองทัพซึ่งเป็นผู้หนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงข้อเสนอยุบสภา ซึ่งนับเป็นการชี้ชะตานายกฯ ไม่มากก็น้อย
ทางเลือกเดียวในขณะนี้ คือ การเลือกตั้งใหม่ เพราะหากนายกฯ พยายามที่จะหาทางเลี่ยงอื่นๆ ก็อาจต้องเผชิญกับการปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านี้ นายกฯ ต้องเผชิญมรสุมอีกลูกรุมเร้า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศยุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีเงินบริจาค
อย่างไรก็ดี ไม่มีการรับประกันเช่นกันว่าการเลือกตั้งใหม่จะสามารถฟื้นเสถียรภาพทางการเมืองกลับสู่ประเทศไทยได้ การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดง คือ การต่อสู้เพื่อการจัดตั้งศูนย์กลางแห่งอำนาจในประเทศ
จนถึงวันนี้ คนเมืองซึ่งได้รับการหนุนหลังจากทหาร และกลุ่มชนชั้นนายทุน ยังคงเป็นผู้กุมการตัดสินใจสำคัญทางการเมืองและการปกครองในไทย ขณะที่คนจนเริ่มต้องการมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น
วิกฤตการณ์ในเมืองไทยถือเป็นแบบเรียนของความสัมพันธ์พลเรือนทหารที่ปราศจากความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในประเทศที่รากฐานทางประชาธิปไตยยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ นับตั้งแต่ปี 2475 ไทยเผชิญการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้ว 18 ครั้ง และแม้จะผ่านเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 ทหารก็ยังคงเป็นเสาสำคัญในการเมืองไทย และมีบทบาทมากขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2549
ประเทศไทยก็อาจเป็นเหมือนเช่นปากีสถาน ที่ความล้มเหลวของการเมืองพลเรือน คือ ตัวเปิดช่องให้แก่กองทัพ







