
ช่างเชื่อมสุพรรณปล้นพระอาพาธ
โจรติดยาเนรคุณเคยขอข้าวก้นบาตรพระอาพาธก่อนลงมือปล้นหลายครั้ง
โจรติดยาเนรคุณเคยขอข้าวก้นบาตรพระอาพาธก่อนลงมือปล้นหลายครั้ง
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.สั่งการ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป. และ ร.ต.อ.สมศักดิ์ แก้วทอง รอง สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายไพโรจน์ โพธิ์รัง อายุ 33 ปี อาชีพช่างเชื่อม อยู่บ้านเลขที่ 95/4 หมู่ 4 ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 909/2556 ลงวันที่ 23 พ.ค. 2556 ข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยเข้าทางช่องทางซึ่งทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางเข้าออก จับกุมได้ที่บริเวณตลาดรัตนโกสินทร์ 200 ปี ถนนรังสิต-ปทุมธานี ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา
ระหว่างการจับกุมยังได้ตรวจยึดของกลาง อาทิ เสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในการก่อเหตุ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ คีม ใบเลื่อย กรรไกร กระเป๋าเป้ เข็มขัด และอื่นๆ อีก รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นบาท
พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ภายในกุฎิหลวงพ่อสมพัตร พักตรพันธานนท์ อายุ 78 ปี พระลูกวัดจันทวงศาราม (วัดกลาง) ตั้งอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 132 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.รวม 5 ครั้ง
“หลังจากที่ผู้ต้องหาทราบว่าพระรูปดังกล่าวอาพาธ ที่กล่องเสียงไม่สามารถตะโกน หรือใช้เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้ จึงก่อเดหตุปล้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2555 ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด พระเครื่องและของมีค่าต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2556 ได้เงินสดและโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นญาติโยม จึงติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะเกรงว่าคนร้ายจะทำร้ายหลวงพ่อ” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ การก่อเหตุในครั้งที่ 3-5 ผู้ต้องหายังย่ามใจบุกมาพยายามงัดแงะกุฎิ โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ และทุกครั้งผู้ต้องหาจะสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อต ใส่หมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ชาวบ้านพบเห็นและพยายามวิ่งไล่จับ แต่ผู้ต้องหายังสามารถหลบหนีไปได้ จึงพากันเข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.สรรพวุฒิ พิพัฒพันธุ์ รอง ผบช.ก.ก่อนมีการประสานมายัง บก.ป.ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งชุดสืบสวนใช้เวลาในการแกะรอยติดตามนานกว่า 2 เดือน จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้
“สาเหตุที่เลือกลงมือที่กุฎิหลวงพ่อวัดแห่งนี้ เนื่องจากเคยมาขอข้าวก้นบาตร แล้วจึงรู้ว่าหลวงพ่อไม่มีเสียง พูดไม่ค่อยได้ ประกอบกับคนร้ายติดยาบ้า งานที่ทำรายได้ไม่เพียงพอจึงก่อเหตุดังกล่าว ส่วนทรัพย์สินที่เป็นพระเครื่อง จะนำไปขายที่ตลาดหัวรอ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นร้านประจำ มีทั้งหลวงพ่อโสธร เจ้าคุณนร พระนางพญา ฯลฯ ได้เงินมาหลายหมื่นบาท ทุกครั้งก็จะนำไปใช้เล่นการพนัน และซื้อยาบ้ามาเสพ เมื่อเงินหมดก็จะลงมือก่อเหตุครั้งใหม่” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ต้องหารับสารภาพด้วยว่า เหตุที่สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวเก่งไปก่อเหตุทุกครั้งเป็นเพราะความชอบส่วนตัวไม่ได้มีการใช้ไสยศาสตร์แต่อย่างใดๆ รวมทั้งรอยสักที่สักก็เป็นความไม่ได้ลงอักขระกับพระที่ไหน ทั้งนี้ ชุดสืบสวนเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะลงมือก่อเหตุมาอีกหลายครั้ง ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว รับไว้ดำเนินคดีต่อ
สำหรับการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหายังพบว่า เคยต้องโทษในคดีต่างๆ มาแล้ว 7 คดี ประกอบด้วย คดีพนัน ท้องที่ สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี , ความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ท้องที่ สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี , คดีข่มขืนกระทำชำเรา ที่ สภ.สีบัวทอง จ.อ่างทอง , คดีลักทรัพย์ ท้องที่ สน.วังทองหลาง , คดีเสพยาเสพติด ที่ สภ.สามชุก , สน.ลาดพร้าว และ สน.ประชาชื่น







