
พลังเงียบใช้เฟซบุ๊กเป็นสื่อกลางรวมกลุ่มเยี่ยมทหาร
กลุ่มพลังเงียบมีจำนวนมากที่พูดคุยกัน แต่ที่ไม่ออกมาเพราะความกลัวในเรื่องความปลอดภัย ไม่รู้ว่าจะถูกกลุ่มเสื้อแดงมาทำอะไรหรือไม่
กลุ่มพลังเงียบมีจำนวนมากที่พูดคุยกัน แต่ที่ไม่ออกมาเพราะความกลัวในเรื่องความปลอดภัย ไม่รู้ว่าจะถูกกลุ่มเสื้อแดงมาทำอะไรหรือไม่
โดย กาญจนา เตชาวัฒนากูล
การเดินทางไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ไม่ใช่มีเพียงคนในครอบครัว หรือคนที่รู้จักกันแล้วนัดกันไปเท่านั้น แต่ยังมีภาพของกลุ่มประชาชนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แต่ได้พบปะพูดคุยกันผ่านสังคมออนไลน์ อย่าง เฟซบุ๊ก เมื่อพูดคุยกันแล้วมีความเห็นตรงกันว่า ควรได้แสดงออกอย่างไรบ้าง และวันนี้หลายกลุ่มเขาได้เริ่มต้นแล้ว ด้วยการนัดหมายกันไปให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บ
เชื้อทิพย์ ตั้งบวร กับกลุ่มเพื่อนๆ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเพื่อนที่มากันนี้ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย แต่ใช้เฟซบุ๊กในการนัดหมายที่จะมาเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมๆ กัน และส่วนใหญ่ที่พูดคุยกันก็จะเป็นกลุ่มผู้หญิง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ร่วมกิจกรรมหรือว่าตัดสินใจเลือกอยู่ข้างสีใด แต่เห็นใจคนที่เสียสละมาทำงานแล้วก็ได้รับบาดเจ็บมากกว่าถึงได้มาเยี่ยม ซึ่งแม้แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ได้รับบาดเจ็บเอง ก็อยากรวมตัวไปเยี่ยม เพียงแต่มีความไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัย
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื้อทิพย์ บอกว่า แกนนำก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ที่ปลุกเร้าคนออกมาจนเกิดความรุนแรง เหมือนกับพาคนไปตาย แล้วที่ยิ่งรับไม่ได้คือ พฤติกรรมการหากินกับศพ
ในเรื่องการเมืองนั้น เธอมีความคิดเห็นว่า ยังไม่อยากให้รัฐบาลยุบสภาในขณะนี้ เพราะถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้วเกิดได้ฝ่ายที่มาเป็นรัฐบาลแบบที่ไม่พอใจอีก ก็จะเวียนชุมนุมเรียกร้องกันอยู่อย่างนี้ไม่เลิกหรือเปล่า ไม่มีใครบอกได้จริงๆ กับการยุบสภาหากจะเกิดขึ้นในตอนนี้
ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ก็ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่เพอร์เฟกต์ที่สุด แต่ก็ยังดูเหมาะสมท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากนี้ต้องการฝากไปถึงผู้มีหน้าที่ตำแหน่งรับผิดชอบ เชื้อทิพย์ บอกว่า เธอไม่รู้หรอกว่าเจ้าหน้าที่อยู่ฝ่ายไหน สีอะไร แต่เมื่อสวมเครื่องแบบแล้วประชาชนก็อยากเห็นการทำหน้าที่ที่ดีที่สุด ถ้าทำไม่สมกับตำแหน่งที่สวมอยู่ก็ควรลาออกไป
โดยทุกวันนี้ กลุ่มพลังเงียบมีจำนวนมากอยู่ที่พูดคุยกัน แต่ที่ไม่ออกมากันเป็นเพราะความกลัวในเรื่องความปลอดภัย เพราะก็ไม่รู้ว่าถ้าปรากฏตัวออกมารวมตัวกัน จะถูกผู้ชุมนุมเสื้อแดงมาทำอะไรหรือไม่ และรัฐบาลเองก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัยหากประชาชนจะออกมาแสดงความคิดเห็น
สุดท้ายเธอบอกว่า สิ่งที่พลังเงียบทำได้โดยใช้ช่องทาง ทางเฟซบุ๊กก็คือ นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ความว่า "...ประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มี แต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชน เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมติว่า เฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง..." มาถ่ายทอดต่อๆ กันไป โดยเธอหวังว่าอาจจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้คนไทยมีสติยั้งคิดมากขึ้น และทุกคนที่พูดว่า "รักในหลวง รักในหลวง" ก็ต้องทำในสิ่งที่ท่านสอน ไม่ใช่ยังมุ่งทำร้ายกันเอง จนความสุขสงบของเมืองไทยหายไปหมดแล้วอย่างนี้







