posttoday
ยอดใช้ไฟสูงสุดทำสถิติ8ครั้ง

ยอดใช้ไฟสูงสุดทำสถิติ8ครั้ง

09 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — อากาศร้อนจัด ยอดใช้ไฟฟ้าสูงทำสถิติ 8 ครั้ง ทะลุเป้า 23,730 เมกะวัตต์ ยันต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มเล็กน้อย

นายพงษ์ดิษฐ พจนา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ได้ทำสถิติไปแล้ว 8 ครั้ง ล่าสุดวันที่ 6 เม.ย. อยู่ที่ 23,730 เมกะวัตต์ เป็นอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายที่ กฟผ.เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดที่ระดับ 23,600 เมกะวัตต์ ปัจจัยสำคัญเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนผิดปกติ ทำให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศมาก รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ส่วนการ บริหารเชื้อเพลิงช่วงไฟพีกกระทบต้นทุนค่าไฟฟ้าเล็กน้อย

ทั้งนี้ ตัวเลขไฟพีกได้เริ่มทำสถิติตั้งแต่เดือน มี.ค. เกิดขึ้นเร็วจากปกติจะอยู่ในช่วงเดือน เม.ย. โดยปีนี้เริ่มเกิดไฟพีกครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. เท่ากับ 22,185.8 เมกะวัตต์ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เท่ากับ 22,406 เมกะวัตต์ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เท่ากับ 22,542 เมกะวัตต์ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9 มี.ค. เท่ากับ 22,649 เมกะวัตต์ ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เท่ากับ 23,143 เมกะวัตต์ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เท่ากับ 23,304 เมกะวัตต์ ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เท่ากับ 23,529 เมกะวัตต์ และครั้งที่ 8 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เม.ย. โดยพีกสูงกว่าประมาณการ 4.58% เทียบกับค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 25532573 หรือพีดีพี 2010 ฉบับเดือน ก.พ. 2553

“ช่วงนี้ยังเป็นเพียงต้นเดือน เม.ย. ยังมี โอกาสที่จะเกิดไฟฟ้าพีกอีก ขอให้ประชาชนช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด เปิดเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากจนทำให้เกิดพีกในรอบวัน ช่วงเวลา 14.0015.30 น. และ 19.0021.00 น. ควรเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้า และบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพดี โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศควรมีการล้างทำความสะอาดในช่วงหน้าร้อน ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าภายในบ้านลดลง และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศได้อีกด้วย” นายพงษ์ดิษฐ กล่าว

ทั้งนี้ กรณีแหล่งยาดานาหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดย กฟผ.สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ ส่วนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นไม่มาก ต่ำกว่าคาดการณ์ เนื่องจากสามารถจ่ายก๊าซเข้าระบบเร็วกว่ากำหนด โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 770 ล้านบาท

สำหรับกรณีการเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตราขนาด 7.7 ริกเตอร์ บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียเซียเมื่อเวลา 5.15 น. เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เนื่องจากแผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่ห่างจากเขื่อนบางลาง 624 ก.ม. และห่างจากเขื่อนรัชชประภา 757 ก.ม. จึง ไม่กระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.รวมถึงเขื่อนทั้งสองยังมีความมั่นคงแข็งแรง โดยจากการตรวจสอบเครื่องมือวัดอัตราเร่งของพื้นดินจากแผ่นดินไหวที่ติดตั้งไว้ทั้ง 2 เขื่อนไม่พบแรงกระทำจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาถึงเขื่อน ในขณะที่เขื่อนทุกแห่งของ กฟผ. ถูกออกแบบให้รับแรงแผ่นดินไหวได้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่