
พท.หักดิบให้แปรญัตติแก้รธน.ภายใน19เม.ย.
เพื่อไทยหักดิบ"ปชป."โหวตแปรญัตติแก้รธน.วันสุดท้าย 19เม.ย. ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ประท้วงชูป้าย"เผด็จการ"ใส่ขุนค้อน
เพื่อไทยหักดิบ"ปชป."โหวตแปรญัตติแก้รธน.วันสุดท้าย 19เม.ย. ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ประท้วงชูป้าย"เผด็จการ"ใส่ขุนค้อน
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติกำหนดวันแปรญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับภายใน 15 วัน ด้วยคะแนน 356 ต่อ 19 เสียง งดออกเสียง 33 ไม่ลงคะแนน 5 หลังการลงมติในวันที่ 4 ต่อเนื่องวันที่5 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่สามารถดำเนินการได์ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ จนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ปิดการประชุม
ทั้งนี้ที่ประชุมให้ถือว่าให้กำหนดวันแปรญัตติภายใน 15 วันตามข้อบังคับ เพราะผู้เสนอญัตติเป็นอย่างอื่นคือนายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม กระทั่งเกิดการทักท้วงว่าต้องเรียกประชุมร่วมรัฐสภาใหม่เพื่อกำหนดวันแปรญัตติ ทำให้วันที่ 19 เม.ย. เป็นวันสุดท้ายในการยื่นขอคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภา ท่ามกลางการประท้วงกันไปมาของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย
นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่านายสมศักดิ์ทำขัดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม เนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 3 เมษายน ในช่วงขอมติจากที่ประชุมเพื่อกำหนดวันแปรญัตติแล้วองค์ประชุมล่ม ถือว่าวาระดังกล่าวจบไปแล้ว การเรียกประชุมในวันนี้อีกไม่สามารถทำได้ หรือการสั่งเรียกประชุมคณะกรรมาธิการฯทั้ง 3 คณะ โดยรับเบี้ยประชุมกันไปแล้ว ถือว่าไม่ถูกต้อง และถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว
ด้าน น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อองค์ประชุมวันนั้นไม่ครบ ก็เท่ากับญัตติต้องตกไป และในชั้นการตรวจสอบองค์ประชุม ผู้เสนอญัตติไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแสดงว่าไม่ต้องการให้ญัตติดังกล่าวผ่าน เมื่อไม่มีการลงมติก็ต้องอนุโลมว่าเวลาแปรญัตติต้องเป็นไปตามข้อบังคับคือ 15 วัน ซึ่งนายสมศักดิ์จึงได้วินิจฉัยว่า พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้เปิดประชุมร่วมเพื่อจะลงมติอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะยื่นถอดถอน
"พอเปิดให้กลับมากล่าวหาว่าทำผิดรัฐธรรมนูญอีก สรุปทำอะไรก็ผิดใช่หรือไม่ ดังนั้นขอวินิจฉัยตามข้อบังคับคือ เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ ก็เท่ากับต้องกลับไปยึดตามข้อบังคับเดิมโดยอัตโนมัติคือ 15 วัน ถือว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนแล้วไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ที่ผ่านมาไม่เคยพูดว่าจะไม่เรียกประชุมอีก พูดแค่ว่าอะไรยอมก็ยอมกันเถอะ เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ"น.พ.ชลน่านกล่าว
จากนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลุกฮือขึ้นประท้วง อาทิ นายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การวินิจฉัยของนายสมศักดิ์ไม่ถูกต้อง เป็นการวินิจฉัยกลับไปกลับมา การประชุมรัฐสภาไม่ใช่การประชุมบริษัท ซึ่งนายสมศักดิ์ชี้แจงว่าเป็นการประท้วงในสิ่งที่ได้วินิจฉัยไปแล้ว
กระทั่ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พากันโห่ฮาใส่ ทำให้นายมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิประท้วงพร้อมกล่าวท้าทายว่า “เอากันหน่อยไหม เอากันสักหน่อย” และชิงขอปิดอภิปรายเพื่อลงมติทีนที ซึ่งนายสมศักดิ์ดำเนินการตามข้อเสนอ ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องประชุมวุ่นวาย มีการประท้วงและตะโกนจากฝั่งของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่าอย่าใช้วิธีเผด็จการ
ระหว่างนั้นนายอภิสิทธิ์ได้คงยกมือประท้วงอยู่ นายสมศักดิ์จึงให้สมาชิกคนอื่นนั่งลงและให้นายอภิสิทธิ์ใช้ยเทธิพาดพิง โดยเขากล่าวว่า เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ โดยปกติคือประธานฯต้องนัดประชุมใหม่โดยเร็ว แต่ท่านรีบวินิจฉัยว่าให้ยึดตามข้อบังคับ ดังนั้นการประชุมวันนี้จึงไม่สามารถทำได้ นอกจากนายสมศักดิ์จะยอมรับก่อนว่าองค์ประชุมไม่ครบ แต่หากยังยืนยันตามเดิม ก็ไม่รู้จะลงมติอย่างไร
ด้านนายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเด็นคือยังมีความเห็นเป็นอื่น ดังนั้นข้อยุติยังไม่เกิดขึ้น ถ้าบอกว่าการประชุมวันนี้ไม่มีปัญหา เมื่อชี้ขาดว่าจบแล้ว การลงมติใหม่ในวันนี้ต้องพูดคุยกันว่า จะเริ่มนับวันแปรญัตติจากวันไหน ต้องยอมรับจุดนี้ว่าไม่ชอบต้องเริ่มต้นใหม่ หากยังยืนยันคำเดิมก็ลงมติใหม่ไม่ได้ ซึ่งนายสมศักดิ์ชี้แจงกลับว่า สิ่งที่นายชวนเสนอ สนองตอบไม่ได้ เพราะข้อบังคับการประชุมไม่ได้เปิดช่องไว้
ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ประท้วงว่านายสมศักดิ์ทำผิดทุกข้อบังคับและผิดรัฐธรรมนูญทุกมาตรา และกำลังเดินไปสู่กับดักตัวเอง โดยเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายชวน ที่ให้เริ่มนับวันแปรญัตติหลังวันลงมติคือวันนี้
อย่างไรก็ตามนายสมศักดิ์ยังยืนยันตามเดิม และขอมติทันที ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนเดินออกจากห้องประชุม โดยนายอรรถพรเดินไปหน้าบัลลังก์พร้อมชูกระดาษที่เขียนคำว่า“เผด็จการ” เพื่อเป็นการประท้วง แต่ในที่สุดที่ประชุมก็มีการลงมติดังกล่าวไปในที่สุด







