
กต.มั่นใจ4ประเด็นหักล้างข้อมูลเขมร
บัวแก้วยันศาลโลกไร้อำนาจรับตีความคำพิพากษาเดิม มั่นใจ 4 ยุทธศาสตร์ที่เตรียมไว้หักล้างข้อมูลเขมรได้ ย้ำฝ่ายตรงข้ามหวังรวบพื้นที่ 4.6 ตร.กม.
บัวแก้วยันศาลโลกไร้อำนาจรับตีความคำพิพากษาเดิม มั่นใจ 4 ยุทธศาสตร์ที่เตรียมไว้หักล้างข้อมูลเขมรได้ ย้ำฝ่ายตรงข้ามหวังรวบพื้นที่ 4.6 ตร.กม.
นายไกรรวี ศิริกุล รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการชี้แจงต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือ ศาลโลก ของฝ่ายกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ซึ่งมีเนื้อหาสรุปใจความได้ว่า กัมพูชาพยายามโน้มน้าวให้ศาลโลกเห็นว่ามีอำนาจในการตีความอาณาบริเวณรอบตัวปราสาทพระวิหาร ที่มีกฎหมายระหว่างประเทศอ้างอิงสนับสนุนให้ศาลได้พิจารณา
นอกจากนี้ กัมพูชาได้ยกแผนที่ตามภาคผนวกที่ 1 หรือ แผนที่ 1 : 200,000 ซึ่งมีเส้นเขตแดนระบุไว้เดิม และศาลได้ใช้แผนที่ภาคผนวกที่ 1 ตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 โดยกัมพูชาชี้ให้เห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งในวินิจฉัย เพื่อยืนยันว่าเส้นเขตแดนได้ปรากฏอยู่ในแผนที่
อย่างไรก็ตาม คณะดำเนินด้านกฎหมายต่อสู้คดีของไทย ได้มี 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ศาลโลกไม่มีอำนาจพิจารณา 2.กัมพูชาไม่สิทธิยื่นศาลเพื่อขอตีความคำตัดสินคดีเดิมในรูปแบบการอุทธรณ์ 3.ไทยปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกครบถ้วน และ 4.คำตัดสินเมื่อปี 2505 ศาลได้กล่าวถึงอธิปไตยเหนือตัวปราสาทพระวิหาร โดยไม่ได้ระบุถึงเส้นเขตแดน
ทั้งนี้ การชี้แจงของฝ่ายไทยในวันที่ 17 เม.ย. มั่นใจว่า 4 ยุทธศาสตร์ดังกล่าว จะสามารถหักล้างข้อโต้แย้งฝ่ายกัมพูชาได้ อีกทั้ง ไทยมีหลักฐานพร้อมยืนยันชัดเจน รวมทั้งมีข้อมูลว่าเหตุใด 50 ปีที่ผ่านมา กัมพูชาไม่เคยท้วงติง แต่ปัจจุบันยื่นเรื่องร้องต่อศาลโลกให้ตีความ
“เพราะเรื่องดังกล่าวกัมพูชาต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งมีพื้นที่อนุรักษ์กินเข้ามาในดินแดนไทยจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. และไทยจะชี้ให้ศาลเห็นว่าการประชุมมรดกโลก ณ เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ยูเนสโก้ได้เลื่อนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ออกไป 1 ปี และรับพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทให้กัมพูชา ในการประชุมที่แคนนาดา โดยมีขอบเขตพื้นที่มรดกโลกเล็กลง”นายไกรรวี กล่าว
ด้าน นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และหัวหน้าคณะเผยแพร่ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นการรับฟังการชี้แจงด้วยวาจาของฝ่ายกัมพูชาในวันแรก คณะทำงานในการสู้คดีปราสาทพระวิหารของไทยและทีมที่ปรึกษากฎหมายชาวต่างชาติ ได้ประชุมหารือและประเมินว่าสิ่งที่ได้รับฟังส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งประเด็นหลักๆที่กัมพูชาหยิบยกมาส่วนใหญ่อยู่ในข้อเขียน สิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาขยายเพิ่มเติมและหาข้อมูลมาโต้แย้ง คือ สิ่งที่ไทยเขียนไว้ในคำอธิบายเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร(ข้อเขียนที่ฝ่ายไทยยื่นต่อศาลครั้งที่สอง)
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้หารือกันจะมีการปรับเนื้อหาในบางประเด็นให้เข้ากับเนื้อหาที่ฝ่ายกัมพูชาพูด เพื่อให้มีน้ำหนักที่ดีกว่า และขณะนี้มีหนึ่งหัวข้อที่เตรียมไว้แต่จะลดเวลาพูดลงจาก 25 เป็น 5 นาที ส่วนเวลาที่เพิ่มมาก็จะกระจายไปพูดในส่วนอื่นที่กัมพูชาให้ความสำคัญมากขึ้น โดยแผนที่จะเป็นหนึ่งบทที่ไทยจะพูดและคงมีน้ำหนักพอสมควร
"ขณะนี้ไทยให้น้ำหนัก 3-4 ประเด็นเท่าๆกัน ส่วนจะเน้นประเด็นใดๆเพิ่มขึ้นจากเวลาที่ได้ตัดบางประเด็นออกไป ก็จะหารือกันอีกครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญกับทุกประเด็น"นายณัฏฐวุฒิ
สำหรับผู้ขึ้นกล่าวชี้แจงในส่วนของไทยนอกจากนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และตัวแทนไทยแล้ว คาดว่ามีทนายที่ปรึกษาชาวต่างชาติทั้ง 3 คนและผู้ช่วยอีก 1 คน โดยแต่ละคนรับผิดชอบแต่ละประเด็น ขณะนี้ผู้ขึ้นชี้แจงได้นำถ้อยแถลงทั้งหมดไปปรับรายละเอียด เพื่อให้ตรงกับประเด็นที่จะนำไปใช้ในวันที่ 17 เม.ย.
ส่วนใครจะขึ้นพูดก่อนหลังและจะกระจายน้ำหนักไปในประเด็นต่างๆอย่างไร จะมีการประชุมเพื่อพิจารณากันอีกครั้งเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน หรือราว 17.00 น. ตามเวลาไทย และภายในเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คงได้ข้อสรุปชัดเจน
นอกจากนี้ ต้องขออภัยที่การแปลระหว่างถ่ายทอดสดจะบางส่วนอาจจะติดขัด แต่ในวันที่ 17 เม.ย. นี้ จะมีการปรับปรุงแก้ไขและให้ข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติม เพื่อให้ล่ามสามารถทำหน้าที่คนกลางในการถ่ายทอดได้ดีขึ้น







