posttoday
เครือ ปตท. กระหน่ำกู้ 3.4 แสนล้าน

เครือ ปตท. กระหน่ำกู้ 3.4 แสนล้าน

08 เมษายน 2556

มหกรรมการการกู้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทย หลังเอกชนเห็นโอกาสในการเติบโต จึงกล้าที่จะระดมทุนมาขยายการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการแข่งขันและเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต

มหกรรมการการกู้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทย หลังเอกชนเห็นโอกาสในการเติบโต จึงกล้าที่จะระดมทุนมาขยายการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการแข่งขันและเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต

สอง การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 และประเทศไทยถูกคาดหมายว่าจะถูกเลือกใช้เป็นพื้นที่ หรือฐานในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ และสาม เป็นการเพิ่มฐานทุนให้ใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการรับงานประมูลที่มีขนาดใหญ่หลังจากรัฐบาลเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่ อาทิ รถไฟฟ้า บริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท

ดังนั้น ในช่วงการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นปี 2556 จะเห็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ขออนุมัติต่อผู้ถือหุ้นในการออกและขายหุ้นกู้เตรียมความพร้อม เมื่อโอกาสเกิดก็สามารถที่จะระดมเงินมาใช้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม การกู้เงินของภาคเอกชนจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกับภาครัฐที่จะกู้ลงทุนในช่วง 7 ปี 2.2 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดคำถามว่า สภาพคล่องหรือเงินออมในระบบจะรองรับหรือไม่ และจะเป็นปัจจัยเร่งให้อัตราดอกเบี้ยในระบบขยับขึ้นหรือไม่

บริษัทในกลุ่ม ปตท. 4 แห่ง ได้ขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพื่อกู้เงินเตรียมความพร้อมในการลงทุน ซึ่งนับรวมแล้วเป็นเม็ดเงิน 3.4 แสนล้านบาท

ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ บริษัท ปตท. จะเสนอต่อผู้ถือหุ้นพิจารณาวาระอื่นๆ ขออนุมัติจัดหาเงินกู้วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท ในช่วง 5 ปี (ปี 2556-2560) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนของบริษัทที่ในช่วงระยะเวลา 5 ปี จะลงทุน 3.68 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ แหล่งที่มาของเงินนั้นจะมาจากการกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือการออกและเสนอขายหุ้นกู้หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศตามความเหมาะสมของการใช้เงิน

ด้านบริษัท บางจากปิโตรเลียม จะขออนุมัติวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมกับการลงทุน 5 ปี ทั้งในส่วนของธุรกิจพลังงานทางเลือก เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ เอทานอล เหมืองแร่โปแตช และการนำมาใช้ในการพัฒนาหากลั่นเพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี กล่าวว่า บริษัทขอเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2556-2560 เพื่อนำมาใช้ในการลงทุนตามแผน 5 ปี ของบริษัทเช่นกัน ซึ่งตามแผนบริษัทจะลงทุน 6.5 หมื่นล้านบาท และจะใช้เงินมากสุดในปี 2556-2558 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

การขายหุ้นกู้ของบริษัทน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ใช้ในการลงทุนเงินหมุนเวียนภายในบริษัทและใช้คืนเงินกู้เดิมซึ่งวงเงินการออกหุ้นกู้ชุดนี้ เป็นชุดเดิมที่บริษัทเคยขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้ก่อนหน้านี้

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบ้านปู กล่าวว่า การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้เกิดขึ้นในคราวเดียว จะใช้เวลา 7 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 3 แสนล้านบาท แต่ความต้องการเงินกู้ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ก็น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงได้จากปัจจุบันที่แข็งค่าขึ้น

สำหรับส่วนของบริษัทไม่ได้ขอวงเงินในการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพราะยังมีวงเงินเดิมเหลืออยู่ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งขายไป 150 ล้านเหรียญสหรัฐ อายุ 10 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี

ทิศทางของธุรกิจถ่านหินที่ไม่ค่อยดี ทำให้บริษัทลดงบลงทุนลง ดังนั้นจึงไม่เร่งรีบในการหาเงินกู้ แต่ได้ทยอยเปลี่ยนสัญญาเงินกู้ให้มีอายุยาวขึ้นจาก 5-6 ปี เป็น 7-10 ปี และทยอยเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจากลอยตัวเป็นคงที่มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีหนี้ดอกเบี้ยลอยตัว 56%

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร