
อายัด 65 ล.อดีตปลัดกลาโหม
“บิ๊กเปี๊ยก” พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์ 65 ล้านบาท หลังจากเคยออกมาเขย่ากระทรวงกลาโหม เพราะไม่พอใจฝ่ายการเมืองล้วงลูกการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ จนตัวเองถูกเด้งเข้ากรุนั่งตบยุงในสำนักงาน รมว.กลาโหม
“บิ๊กเปี๊ยก” พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์ 65 ล้านบาท หลังจากเคยออกมาเขย่ากระทรวงกลาโหม เพราะไม่พอใจฝ่ายการเมืองล้วงลูกการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ จนตัวเองถูกเด้งเข้ากรุนั่งตบยุงในสำนักงาน รมว.กลาโหม
การแกะรอยของ ป.ป.ช. เริ่มจากทำคดีการแจ้งทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จของบิ๊กเปี๊ยกก่อน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2555 ซึ่งพบว่ามีรายการที่ไม่ได้แจ้งไว้กับ ป.ป.ช. เมื่อครั้งเป็น “กรรมการองค์การคลังสินค้า” ระหว่างปี 2550-2551 จำนวน 9 รายการ ไม่ว่าจะเป็นเงินในบัญชี เงินลงทุน ที่ดิน คิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
จนกระทั่งได้ข้อสรุปว่ามีความผิดจริง จึงได้ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดำเนินการต่อไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่มีโทษจำคุกถึง 6 เดือน หรือ อาจมากกว่านั้น หากศาลฎีกามีความเห็นว่ามีความ ผิดหลายกระทง
จากนั้นมาเริ่มทำคดีเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติในช่วงต้นปี 2556 ความผิดปกติที่คณะอนุกรรมการไต่สวนพบ คือ พล.อ.เสถียร และณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ ภรรยา ได้โอนย้ายทรัพย์สินจำนวนมากมาใส่ในชื่อ “ณิชาพัฒน์ เพิ่มทองอินทร์” บุตรบุญธรรม และนำเงินสดบางส่วนไปฝากไว้ที่ “สมบัติ จันทรวงศ์” อาจารย์ประจำหลักสูตรสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีสถานะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำปริญญาเอกให้ด้วย “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ทำคดีนี้ ขยายความ ในประเด็นนี้ว่า “ป.ป.ช.ตรวจพบว่ามีการนำเงินไปฝากไว้กับนายสมบัติ จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งนายสมบัติได้นำเงินไปฝากที่สหกรณ์ออมทรัพย์ประมาณ 10 ล้านบาท โดยนายสมบัติ ยอมรับว่า ภริยา พล.อ.เสถียร นำเงินมาฝากไว้ โดยอ้างว่ามีปัญหาครอบครัว ขอนำเงินมาฝากไว้ชั่วคราว”
กลายเป็นคำตอบให้กับ ป.ป.ช. ว่า เงินเดือนตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลคำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของ ณัฐณิชาช์ และหน้าที่การงานของ ณิชาพัฒน์ ไม่อาจจะมีทรัพย์สินรวมกันถึงประมาณ 65 ล้านบาทได้ ทำให้ ป.ป.ช.จึงมีความเห็นว่าควรสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าวเอาไว้ก่อน และกำหนดให้ พล.อ.เสถียร แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน
โดยทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.ทำการอายัดไว้ เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของ ณัฐณิชาช์ ณิชาพัฒน์ และสมบัติ รวมทั้งสิ้น 16 รายการ อาทิ เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนพรหมเทพ จ.อุบลราชธานี 839,982 บาท โฉนดที่ดิน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ตามมาด้วยโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง อ.บางเขน กทม. รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อินโนวา รถยนต์ยี่ห้อเลกซัส เงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4 บัญชี ในชื่อของอาจารย์สมบัติ
นับว่าเป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์พอสมควร หากบิ๊กเปี๊ยกไม่สามารถหาหลักฐานมาหักล้าง มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะซ้ำรอย “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเพิ่งโดนฟ้องให้ศาลยึดทรัพย์ราว 60 ล้านบาท ไปก่อนหน้านี้







