
เทศบาลนครโคราชประท้วงศาลปกครองระงับประปาลำแชะ
ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาเดือดร้อนหนักห ขาดแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปา รวมตัวล่ารายชื่อร้องศาลปกครองสูงสุด สั่งกลับคำตัดสินศาลปกครองโคราช ที่สั่งระงับโครงการประปาลำแชะ 3,060 ล้าน ทั้งที่เดินหน้าโครงการแล้วกว่า 70 % เสียงบไปแล้ว 2,700ล้านบาท
ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาเดือดร้อนหนักห ขาดแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปา รวมตัวล่ารายชื่อร้องศาลปกครองสูงสุด สั่งกลับคำตัดสินศาลปกครองโคราช ที่สั่งระงับโครงการประปาลำแชะ 3,060 ล้าน ทั้งที่เดินหน้าโครงการแล้วกว่า 70 % เสียงบไปแล้ว 2,700ล้านบาท
นครราชสีมา วันนี้ ( 2 เม.ย.2553 ) เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มผู้ใช้นำประปาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กว่า 300 คน นำโดยนายประเสริฐ บุญชัยสุข สส.นครราชสีมา พรรครวมชาติพัฒนา ได้รวมตัวกันล่ารายชื่อเตรียมยื่นหนังสือถึงศาลปกครองสูงสุด เพื่อเรียกร้องให้ทางศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกลับคำตัดสินของศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมา ที่มีคำสั่งระงับการก่อสร้างโครงการประปา 3,060 ล้านบาท ที่จะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มาเป็นน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค ให้สามารถกลับมาเดินหน้าก่อสร้างอีกครั้ง
หลังจากที่ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคอย่างหนักในช่วงหน้าแล้งของปีนี้ เนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองลดลงอย่างรวมเร็วและไม่เพียงพอต่อการผันน้ำให้ทางเทศบาลนครนครราชสีมาใช้ในการผลิตน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้
นายประเสริฐ บุญชัยสุข เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันแหล่งน้ำดิบที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำประปาภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำภายในตัวเมืองที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และต้องการแหล่งน้ำดิบเพื่อนำน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาเพิ่มเติมตามการขยายตัวของชุมชน อีกทั้ง
โครงการผันน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำแชะ ได้มีการดำเนินโครงการก่อสร้างและวางระบบท่อส่งน้ำไปแล้วกว่า 70 % และใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 2,700 ล้านบาท แต่ถูกคัดค้านจากกลุ่มรักษ์ลำแชะ ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่อำเภอครบุรี ที่ไม่ต้องการให้มีการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำแชะ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอครบุรีอาจจะต้องได้รับผลกระทบจากการดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำแชะไปให้คนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาใช้ได้ จึงทำให้โครงการดังกล่าวต้องหยุดชะงัก
โดยประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เนื่องจากภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เริ่มที่จะมีการขาดแคลนน้ำประปาในการอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง จึงเห็นว่าโครงการก่อสร้างระบบประปาโดยผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำแชะมาใช้ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา น่าจะเป็นทางออกที่จะช่วยเหลือได้ อีกทั้งโครงการดังกล่าวก็ได้เดินหน้าจนเกือบจะสำเร็จแล้ว ซึ่งหากโครงการถูกปล่อยทิ้งก็จะเป็นการสูญเสียงบประมาณกว่า 2,700 ล้านบาทโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จึงรวมตัวกันล่ารายชื่อเพื่อยื่นไปยังศาลปกครองสูงสุดให้มีคำสั่งกลับคำตัดสินของศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมาให้สามารถดำเนินโครงการประปาลำแชะได้อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับโครงการก่อสร้างระบบประปาเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยนำน้ำดิบมาจากอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มาใช้ผลิตน้ำประปาเลี้ยงชุมชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมานั้น เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณลงทุนก่อสร้างระบบควบคุมการผลิตและจ่ายน้ำเป็นเงิน จำนวน 3,060 ล้านบาท โดยว่าจ้างกิจการร่วมการค้า เอส เอ (บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาควาไทย จำกัด) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และได้ว่าจ้างบริษัท ไทยดีซีไอ จำกัด เป็นที่ปรึกษาในการควบคุมงานก่อสร้างอีก 94 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นงบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล 2,207,800,000 บาท และเทศบาลนครนครราชสีมาสมทบอีก 946,200,000 บาท โดยโครงการนี้จะดึงน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ผ่านท่อส่งน้ำดิบระยะทาง 66.55 กิโลเมตร มายังระบบผลิตน้ำประปาที่โรงกรองน้ำบ้านใหม่หนองบอน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย ใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง 1,170 วัน หรือประมาณ 3 ปี แต่กลับถูกศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ชั่วคราว หลังกลุ่มรักษ์ลำแชะรวม 91 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เนื่องจากอ้างว่าทางผู้ดำเนินโครงการไม่เคยมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นผู้ที่จำเป็นต้องใช้น้ำในเขตชลประทานของเขื่อนลำแชะที่ก่อสร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.โชคชัยได้ใช้น้ำในการทำการเกษตร จนกระทั่งศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างและการดำเนินการทั้งหมดเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งที่การดำเนินการทุกขึ้นตอนตั้งแต่การวางระบบสูบน้ำจนไปถึงการวางท่อรุดหน้าไปแล้วกว่า 70 % ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 2,700 ล้านบาท ต่อมาทางเทศบาลนครนครราชสีมา ได้ขอยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล เพื่อต่อสู้และหวังที่จะเดินหน้าโครงการอีกครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากศาลปกครองเพื่อให้ดำเนินโครงการอีกครั้ง ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง และเริ่มเกิดวิกฤติการขาดแคลนน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เนื่องจากแหล่งน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียวที่ป้อนน้ำดิบมาหล่อเลียงเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีระดับน้ำลดลงจนเข้าขั้นวิกฤติ จึงทำให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เริ่มเล็งเห็นถึงผลกระทบในการขาดแคลนน้ำที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในอนาคตจึงรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้มีการผลักดันโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำแชะมาผลิตเป็นน้ำประปาให้กับเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เดินหน้าได้อีกครั้ง







