
เฉลิมแฉหมดเปลือกส่อทุจริตสร้างโรงพัก
"เพื่อไทย" ตั้งกระทู้แฉพิรุธเปลี่ยนสัญญารวมผู้รับเหมาสร้างโรงพัก396 แห่งไว้ส่วนกลาง "เฉลิม" แจงเตรียมยกเลิกสัญญา
"เพื่อไทย" ตั้งกระทู้แฉพิรุธเปลี่ยนสัญญารวมผู้รับเหมาสร้างโรงพัก396 แห่งไว้ส่วนกลาง "เฉลิม" แจงเตรียมยกเลิกสัญญา
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สอบถามถึง การแก้ปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่ง และอาคารที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ว่า สร้างความเดือดร้อน ให้ตำรวจครึ่งค่อนประเทศเพราะไม่มีที่ทำงาน ซึ่งจนถึงขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าเฉลี่ย 15% โดยมีการขอขยายสัญญามา 2 ครั้ง จะหมดสัญญาสุดท้ายวันที่ 15 มี.ค.2556 เรื่องนี้จะเยียวยาตำรวจอย่างไร และต้องสะสางคดีเด็ดขาดอย่าปล่อยคนผิดลอยนวล
ทั้งนี้ ย้อนไปดูการทำสัญญา ครั้งแรก สตช.ได้เสนอเรื่องมาวันที่ 29 พ.ค.2552 ให้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแยกสัญญาตามภาค ต่อมาวันที่ 18 พ.ย.2552 พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร. ขณะนั้น ได้เปลี่ยนแปลงให้รวบมาเป็นสัญญาเดียว โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)สมัยนั้น อนุมัติให้ความเห็นชอบ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 เคยตั้งข้อสังเกตว่าการรวมประมูลไว้ที่ส่วนกลางเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า โครงการนี้ช่วงแรกก็อนุมัติแยกเป็นสัญญารายภาค 1-9 เปิดให้มีการแข่งขัน ซึ่งนายสุเทพก็เซ็นอนุมัติไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2552 แต่ห่างมาเพียง 6 เดือน วันที่ 18 พ.ย.2552 เกิดความผิดปกติเมื่อพล.ต.อ.ปทีป เสนอเปลี่ยนแปลงให้จัดซื้อจัดจ้างมารวมที่ส่วนกลาง โดยไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ซึ่งนายสุเทพก็เซ็นอนุมัติอีก
ทั้งนี้ บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้ประมูลได้ ซึ่งที่อยู่อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เป็นบ้านพ่อตานักการเมือง วันทำสัญญาเบิกเงินไป 800 ล้านบาท ผู้รับเหมารับสารภาพแล้วว่า ต้องจ่ายเบี้ยใบ้รายทาง ทำให้ไม่มีเงินมาก่อสร้าง ซึ่งตนเองได้บอกผบ.ตร.ไปว่าเรื่องนี้อย่ากลั่นแกล้ง ผิดว่าไปตามผิด แต่อย่าปกป้องคนชั่ว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สัญญานี้เลิกได้ แต่ต้องทำให้รัดกุม คือ วันที่ 14 มี.ค. ครบสัญญา วันที่ 15 มี.ค.ยกเลิก ทั้งนี้ ในระเบียบสัญญาระบุไว้ว่าบริษัทที่รับเหมาต้องทำงานด้วยตัวเอง ไม่สามารถเอางานทั้งหมดหรือบางส่วนไปจ้างช่วงต่อได้ บริษัทต้องรับผิดชอบ เตรียมสั่งให้สตช.ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ในขณะที่เร่งรัดแก้ไขเปิดประมูลใหม่ ให้มีความเป็นธรรม หลีกเลี่ยงพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอรราคาต่อหน่วยงานของรัฐ(พ.ร.บ.ฮั้วประมูล)
อย่างไรก็ตาม การกระทำผิดที่สมบูรณ์ย่อมทิ้งร่องรอยและพยานหลักฐานไว้ ซึ่งจากข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ติดต่อประสานงานที่อยู่ด้านล่างหนังสือจากสตช. ในเรื่องนี้ ครั้งแรกเป็นเบอร์โทรสำนักงานกองบัญชาการส่งกำลังบำรุง แต่การส่งเรื่องมาครั้งที่สองในช่วงเวลา 6 เดือนต่อจากนั้นกลับเป็นเบอร์หน้าห้องผบ.ตร. ซึ่งเรื่องนี้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นต่อดีเอสไอไว้แล้ว







