
พ่อนายกฯเชื่อลูกชายแก้ปัญหาประเทศได้
นพ.อรรถสิทธิ์ เผยนายกฯอภิสิทธิ์ไม่เครียดเพราะอาสามารับใช้บ้านเมืองไม่มีประโยชน์ส่วนตัว
นพ.อรรถสิทธิ์ เผยนายกฯอภิสิทธิ์ไม่เครียดเพราะอาสามารับใช้บ้านเมืองไม่มีประโยชน์ส่วนตัว
ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และบิดา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังพิธีปฐมนิเทศและมอบสัมฤทธิบัตรแก่แพทย์จบใหม่ โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท รุ่นที่ 10 โดยตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า มีความเห็นอย่างไรต่อการเจรจาระหว่างรัฐบาล กับกลุ่มคนเสื้อแดงโดยระบุว่า ขอไม่แสดงความคิดเห็น แต่ได้ติดตามการเจรจาอย่างต่อเนื่อง
"ไม่มีหน้าที่ตอบว่าจะต้องทำอย่างไร จะเป็นอย่างไร เพราะไม่ใช่นักการเมือง" ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจนายกฯ อย่างไร ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรพิเศษ เชื่อว่า นายกฯคงจัดการได้ เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เพราะอาสามาทำงานก็สนุกกับงานยังลุยงานได้ นายกฯ ไม่มีภาวะเครียดอะไร เป็นห่วงเพียงเรื่องของการออกกำลังกาย เพราะช่วงนี้ออกกำลังกายน้อยเกินไป ทำให้น้ำหนักขึ้นเล็กน้อย ส่วนการที่มีคนตามนายกฯไปทุกที่นั้น ก็คิดว่าไม่น่ามีอะไร และสามารถจัดการได้ เพราะบริสุทธิ์ใจ ไม่มีประโยชน์ส่วนตัว
“คนที่ก่อปัญหา คงต้องถามว่ามีประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ แต่ไม่เชื่อว่าจะมีใครทำอะไรครอบครัวผม หรือนายกฯ เพราะไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร กฎหมายก็มีดูแลอยู่ จึงไม่ห่วง ซึ่งภรรยา ลูกของนายกฯ ก็ยังสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม หรือนั่งสมาธิ แค่ทำชีวิตให้เป็นปกติ ธรรมดา ไม่นำเอาเรื่องการเมืองมาคิดมาก ไม่กังวลเกินไป ก็มีความสุขดี”ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ได้ให้คำแนะนำอะไรต่อนายกฯหรือไม่ ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า นายกฯคงไม่ต้องการคำแนะนำอะไร เพราะเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่อายุ 15-16 ปี ซึ่งสิ่งที่ต้องทำก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ที่เป็นหน้าที่ของนายกต้องทำอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าได้พบกับนายกฯ บ้างหรือไม่ ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะได้พบกันในช่วงเช้าก่อนนายกฯ ไปทำงาน ล่าสุด ก็ได้คุยกันก่อนที่นายกฯ จะเดินทางไปประเทศบาห์เรน แต่เรื่องที่คุยไม่มีอะไรพิเศษ จะคุยกันเรื่องฟุตบอลมากกว่า
เมื่อถามว่า วิกฤตครั้งนี้เชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ จะผ่านไปได้หรือไม่ นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่แค่นายกฯจะผ่านได้หรือไม่ เพราะหวังว่าประเทศจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ซึ่งถือเป็นหลักการที่ทุกคนคงต้องคิดมากกว่าเรื่องของตัวเอง.







