
3D-Printing
ไม่ใช่ข่าวใหม่ในวงการ แต่ด้วยเครื่องพรินเตอร์รุ่นใหม่หนึ่งเครื่อง ตัวถังทั้งหมดของรถรุ่นใหม่ ประหยัดพลังงาน น้ำหนักเบาที่ทำจากไฟเบอร์ผสมก็ถูกพิมพ์ออกมาได้สำเร็จ
ไม่ใช่ข่าวใหม่ในวงการ แต่ด้วยเครื่องพรินเตอร์รุ่นใหม่หนึ่งเครื่อง ตัวถังทั้งหมดของรถรุ่นใหม่ ประหยัดพลังงาน น้ำหนักเบาที่ทำจากไฟเบอร์ผสมก็ถูกพิมพ์ออกมาได้สำเร็จ
เก๋ไหมครับ...สั่งพิมพ์เหมือนพิมพ์เอกสารนี่แหละ เพียงแต่เปลี่ยนผงหมึกเป็นเคมีพลาสติกตามสูตร... และพิมพ์เป็นชั้นๆ ไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาหลายชั่วโมง ก็สามารถผลิตตัวถังรถยนต์พร้อมกระจกหน้า (ไฟเบอร์กลาส) กระจกข้างครบถ้วนวางบนแชสซีที่มีเครื่องยนต์ แล้ววิ่งปรื๋อออกไป เหมือนมีโรงงานผลิตตัวถังรถยนต์อยู่ใกล้ๆ และสั่งผลิตได้ตามที่พอใจ ถ้าได้ดาวน์โหลดสิทธิบัตรข้อมูลของตัวถังรถรุ่นนั้นทางออนไลน์แล้ว
เครื่องนี้เรียกกันว่า เครื่องพรินเตอร์ 3 มิติ หรือ 3DPrinting ถูกพัฒนาขึ้นช่วงสงครามอิรัก ซึ่งกองทัพบกสหรัฐต้องการให้ทหารราบสามารถซ่อมพานท้ายไฟเบอร์กลาส ซ่อมมือจับปืนกล ซ่อมอุปกรณ์ประจำกาย ประเภทต่างๆ โดยไม่ต้องส่งกลับไปซ่อมในโรงงานที่สหรัฐ แต่ให้ซ่อมได้ในค่ายในสนามนั่นเลย
ขนาดของ 3D Printer นี้ รุ่นแรกมีขนาดพอๆ กับตู้คอนเทนเนอร์ยาวๆ มูลค่าหลายล้านเหรียญ ในเครื่องมีสารสังเคราะห์ เพื่อผลิตไฟเบอร์คุณภาพสูงเก็บในถังเหมือนถังหมึก ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ควบคุมก็ได้รับการอัพโหลดข้อมูล 3 มิติของด้ามจับ พานท้าย อุปกรณ์จับยึดกล้องติดปืน กล้องติดปลายหมวก สามารถสั่งผลิตตามรุ่น ตามแบบและสีที่ทหารแต่ละหน่วยต้องการใช้ได้อย่างรวดเร็ว
ต่อมา เครื่องเหล่านี้ก็ถูกพัฒนามาผลิตเบ้ากระดูกเทียมสำหรับใช้กับหัวเข่าและข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย เปลี่ยนวัสดุได้หลากหลาย เช่น โลหะผสมทางวิศวกรรมซึ่งเล็กแต่แข็งแรง รวมทั้งลดขนาดของเครื่องลงให้เหลือแค่ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดสั้นได้
ปัจจุบันเครื่องมือแบบนี้ถูกลดขนาด จนสามารถใส่ในโรงรถได้แล้วด้วยซ้ำ สนนราคาก็ลดลงจนรัฐบาลท้องถิ่น หรือบริษัทขนาดใหญ่ก็สามารถซื้อมาใช้ได้ ไว้ผลิตอะไรๆ ที่เจ้าของสิทธิบัตรอนุญาตได้ ณ ตรงนั้นเลย
บริษัทโบอิ้งก็ดี นาซาก็ดี โรลส์รอยซ์ก็ดี ซื้อไว้ใช้กันเรียบร้อย เพราะเห็นแล้วว่าเครื่องจักรแบบนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบซัพพลายเชนครั้งยิ่งใหญ่
ชิ้นส่วนนับพัน นับหมื่นที่เคยถูกผลิตต่างที่ต่างเมืองกันแล้ว จึงส่งไปประกอบรวมเป็นเครื่องใช้ หรือเป็นสต๊อกอะไหล่เผื่อใช้ บางครั้งชิ้นส่วนบางประเภท ต้องรอผลิตเป็นล็อตจึงจะยอมและยังต้องรอส่งข้ามประเทศด้วยซ้ำ
แต่ 3DPrinter กำลังจะปฏิวัติรูปแบบการสำรองสต๊อกไปเลย อยากได้อะไรก็ส่งพิมพ์ ตามประเภทวัสดุ และดีไซน์ที่ส่งทางออนไลน์ เครื่องมือเหล่านี้จะแพร่หลายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับศูนย์รับจ้างถ่ายเอกสารที่เคยมีมากมายหน้ามหาวิทยาลัยนั่นแหละ
3DPrinter ในไม่กี่ปีข้างหน้าก็เช่นเดียวกัน พวกรถแปลกๆ หายาก ที่ถูกชนไฟท้ายแตก ก็ไปสั่งพรินต์ได้ ไม่ต้องรอหาอะไหล่เป็นปีๆ ภาษีศุลกากรก็ไม่มี เพราะไม่ได้นำเข้าอะไร นอกจากข้อมูลออนไลน์ !







