
บอร์ดรถไฟฯให้ดีบีไอบริหารแอร์พอร์ตลิงก์
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ด ร.ฟ.ท. อนุมัติจ้างดีบีไอเดินแอร์พอร์ตลิงก์ เปิด เม.ย.นี้ พร้อมจัดรูปแบบตารางเดินรถทดสอบก่อนเปิดเชิงพาณิชย์นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท. ได้อนุมัติให้ว่าจ้างบริษัท ดีบีไอ เพื่อดูแลระบบการเดินรถและการซ่อมบำรุงรักษาในโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ วงเงินรวม 239 ล้านบาท ระยะ 3 ปี แบ่งเป็นเงินค่าจ้างเดินรถ 56.5 ล้านบาท 5 เดือน งานจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 156 ล้านบาท งานจัดหาเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน 21.7 ล้านบาท และงานจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการเดินรถและซ่อมบำรุง 4.7 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท ดีบีไอ จะทำหน้าที่เดินรถไฟตั้งแต่เดือน เม.ย.ส.ค.นี้ รวม 5 เดือน และจัดรูปแบบการเดินโดยใช้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์แบบธรรมดา 2 ขบวน ความถี่ 30 นาที เพื่อวิ่งไปกลับ สถานีรถไฟพญาไทสุวรรณภูมิ ระหว่างเวลา 07.0010.00 น. และเวลา 16.0019.00 น.
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติให้ ร.ฟ.ท. นำที่ดินที่ จ.เชียงใหม่ 15 ไร่ มูลค่า 300 ล้านบาท ไปประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาพัฒนา และแผน 6 เดือนหลัง 8 โครงการของผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท.โดยให้เอกชนเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในการพัฒนาที่ดิน และรฟท.จะพิจารณาคัดเลือกเอกชนที่เสนอผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดให้กับรฟท. โดยขั้นตอนจากนี้ คณะอนุกรรมการด้านทรัพย์สินจะศึกษาวิเคราะห์รายได้ที่ รฟท.น่าจะได้รับจากที่ดินแปลงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นรายได้มาตรฐานที่รฟท.ควรจะได้รับ และอาจกำหนดเงื่อนไขให้รฟท.แบ่งผลประโยชน์จากกำไรที่เอกชนพัฒนาที่ดินด้วย คาดว่าจะเปิดประกาศเชิญชวนได้ภายในเดือนเม.ย.นี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติแผนการดำเนินงานของนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท. ในระยะ 6 เดือนหลัง เพื่อลดภาระการลงทุนของรฟท. โดยให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน จำนวน 8 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการจ้างบริการระบบศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ (CALL CENTER) 2.โครงการจ้างบริการด้วยระบบคอมพิวเตอร์สำหรับโครงการระบบขายตั๋วโดยสารและสำรองที่นั่งขั้นที่ 2 3.โครงการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมทั่วประเทศ 4.โครงการจัดหารรถจักรเพื่อใช้ลากจูงขบวนรถบรรทุกก๊าซแอลพีจี โดยบริษัท ปตท. จะเป็นผู้จัดหาจำนวน 6 คัน
5.โครงการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ใหม่ให้กับรถจักรอัลสตอม โดยใช้งบทำการ จำนวน 47 คัน 6.โครงการว่าจ้างเอกชนซ่อมบำรุงรถจักรดีเซลรางซึ่งจัดหาใหม่ขนาดน้ำหนักกดเพลาไม่เกิน 20 ตันต่อเพลา จำนวน 77 คัน 7.โครงการซ่อมบูรณะและฟื้นฟูรถดีเซลราง และ8.โครงการซ่อมบูรณะรถจักรดีเซลไฟฟ้าอัลสตอม จำนวน 56 คัน ซึ่งบอร์ดจะนำผลงานส่วนนี้มาประเมินการทำงานของผู้ว่ารฟท.ด้วย







