posttoday
รัฐเอาแน่ "ขายหวยออนไลน์" หารายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ

รัฐเอาแน่ "ขายหวยออนไลน์" หารายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ

11 ตุลาคม 2555

ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เดินหน้าขายสลากออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาการจัดสรรโควตาและการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา

ถือเป็นการติดเครื่องในเรื่องการออกสลากแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัวอัตโนมัติ หรือหวยออนไลน์ แบบ “ส้มหล่น” ลูกใหญ่ เพราะข้อเสนอของ ป.ป.ช.ได้กลายเป็นใบเบิกทางให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ลุยขายหวยออนไลน์ตามเป้าหมายในต้นปี 2556 ได้ชอบธรรมมากขึ้น

ที่ต้องบอกว่ามติ ป.ป.ช.ครั้งนี้ถือเป็นส้มหล่นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ต้องสาวลึกไปถึงเรื่องเก่าสมัยที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ซึ่งตอนนั้น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหน้าหล่อสมัยนั้น ได้พยายามยื้อเรื่องการขายหวยออนไลน์เอาไว้ เพราะแคร์กระแสสังคม

ทั้งๆ ที่ขณะนั้นทางกระทรวงการคลัง และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมี สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานสำนักงานสลากฯ ได้เตรียมความพร้อมใส่พานให้รัฐบาลเดินหน้าหวยออนไลน์แล้ว

แต่อภิสิทธิ์กลับเกรงจะถูกครหาจึงส่งเรื่องนี้ให้ ป.ป.ช.พิจารณาก่อน จนผลศึกษาได้ฤกษ์คลอดมาออกเอาในยุครัฐบาลนี้

สาระสำคัญของข้อเสนอของ ป.ป.ช.ได้แนะให้สำนักงานสลากฯ ต้องกำหนดนโยบายหวยออนไลน์ให้ชัดเจน ทั้งปริมาณการจำหน่ายสลากและจำนวนเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ วิธีการจำหน่าย การให้ส่วนลดกับตัวแทนจำหน่าย โดยต้องประกาศให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนโดยทั่วไป และต้องให้องค์กรอิสระประเมินนโยบายการจำหน่ายสลากออนไลน์ประจำทุกปี

นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดสรรเงินที่คืนสู่สังคม โดยรายได้หลังหักค่าดำเนินการ 12% และหลังหักส่วนลดให้ตัวแทนจำหน่ายแล้ว ให้วางเป้าหมายนำเงินรายได้สุทธิไปใช้ประโยชน์สาธารณะให้ชัดเจน โดยอาจตั้งเป็นกองทุนรณรงค์ต่อต้านการเล่นการพนัน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนหลงมัวเมา และต้องไม่ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากใกล้อยู่ใกล้วัดและโรงเรียน

ที่สำคัญ สำนักงานสลากฯ จะต้องไม่ขยายสินค้าการพนันในรูปแบบสลากอื่นๆ อีก และต้องวางมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ขบวนการค้ายาเสพติดเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายสลาก เพื่อเป็นช่องทางในการฟอกเงิน

ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขอะไรผูกไว้ แต่หมายถึงใบเบิกทางให้รัฐบาลยกเรื่อง “หวยออนไลน์” ออกมาหาเงินจากประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงกลัวข้อครหาและคำคัดค้านจากใครอีก

ล่าสุดคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มี เดี่ยวมือหนึ่ง-เบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งถูกวางตัวตั้งแต่แรกให้เข้ามาผนึกกำลังกับ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ คนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เร่งคลอดหวยออนไลน์ได้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการสลากฯ ในวันที่ 17 ต.ค.นี้

วาระสำคัญ คือ การหารือเรื่องรูปแบบ วิธีการจำหน่าย เพื่อเตรียมเร่งทำแนวทางขายหวยออนไลน์ให้สำเร็จและเสนอให้ ครม.พิจารณา เพื่อขายหวยออนไลน์ให้ทันในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

ถือว่าประจวบพอดีกับสถานการณ์รายได้ที่เข้าสู่ภาวะบักโกรกของรัฐบาล ที่กว่าจะหาเงินภาษีมาปิดหีบงบประมาณปี 2555 ที่ตั้งไว้ 1.98 ล้านล้านบาท ได้ก็หืดขึ้นคอ และยิ่งกลายเป็นตัวเร่งให้เรื่องหวยออนไลน์สะเด็ดน้ำเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้รัฐบาลสามารถดึงเงินที่ลอยอยู่นอกระบบหรือใต้ดินปีละร่วม 3 แสนล้านบาท ขึ้นมาอยู่บนดินให้ได้

ขณะที่ ผู้การโจ้ก-พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ คนใหม่ ตั้งเป้าไว้หรูอู้ฟู่ว่า ยอดขายหวยออนไลน์น่าจะเพิ่มจากงวดละ 1,000 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท หรือไม่น้อยกว่า 2.4 หมื่นล้านบาทต่อปี

แน่นอนว่า ถ้ายึดตาม พ.ร.บ.ของสำนักงานสลากฯ ที่ต้องนำรายได้ส่งเข้ารัฐที่ 28% ของยอดขาย เท่ากับว่า สำนักงานสลากฯ จะมีเงินรายได้ส่งเข้ารัฐเพิ่มขึ้นอีกปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6,720 ล้านบาท

แต่ถ้าย้อนไปดูสถิติการขายหวยออนไลน์สมัยรัฐบาลทักษิณ พบว่ามียอดขายขณะนั้นถล่มทลายกว่างวดละ 3,000 ล้านบาท หรือกว่า 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี จะยิ่งส่งผลให้สำนักงานสลากฯ มีเงินนำส่งให้รัฐบาลเอาไปใช้จ่ายในโครงการประชานิยมต่างๆ ได้อีกไม่น้อยกว่าปีละ 2 หมื่นล้านบาททีเดียว

โดยยอดจำหน่ายหวยบนดินกว่า 70 งวดในห้วง 3 ปีเศษที่ดำเนินการขายหวยบนดินมา คิดยอดจำหน่ายเฉลี่ยต่องวดที่งวดละ 1,500-1,600 ล้านบาท สำนักงานสลากฯ น่าจะรับเงินแทงพนันจากประชาชนไปแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท

รัฐเอาแน่ "ขายหวยออนไลน์" หารายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ

 

และเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อว่า ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ ขาดทุนเพียงแค่ 5 งวด ได้แก่ งวดวันที่ 16 พ.ย. 2546 ขาดทุนครั้งแรก 103 ล้านบาท เว้นมาจนถึงงวดวันที่ 1 มิ.ย. 2547 ขาดทุน 65 ล้านบาท

หลังจากนั้นอีกเป็นเวลาเกือบ 1 ปีที่สำนักงานสลากฯ มีกำไรมาโดยตลอด จนมาถึงช่วงที่ดวงตก สำนักงานสลากฯ ขาดทุนติดต่อกัน 3 งวดรวด นับตั้งแต่งวดวันที่ 1 พ.ค. 2549 ขาดทุน 280 ล้านบาท งวดวันที่ 16 พ.ค. 2549 ขาดทุน 112 ล้านบาท และงวดวันที่ 1 มิ.ย. 2549 ขาดทุนอีก 15 ล้านบาท คิดรวมเป็นเงิน 575 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดขาย

ยิ่งหากนับตั้งแต่ที่สำนักงานสลากฯ มีการนำโครงการแจ็กพอต 100 ล้านบาท มาใช้ได้กระตุ้นให้ยอดจำหน่ายหวยบนดินในช่วง 2 ปีหลังยอดขายพุ่งกระฉูด ขึ้นมาในระดับมากกว่า 1,8002,000 ล้านบาท เกือบทุกงวด

โดยข้อมูลของสำนักงานสลากฯ สรุปรายงานเรื่องรายได้สุทธิจากการจำหน่ายหวยบนดิน 56 งวด หลังจากหักค่าจ่ายเงินรางวัลและค่าบริหารจัดการแล้ว จะเหลือเงินกว่า 2.18 หมื่นล้านบาท

งานนี้ถือเป็นเดิมพันใหญ่ของ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ที่จะต้องบูมหวยออนไลน์ให้ได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล โดยที่ยังมีอุปสรรคขัดขวางอยู่ในหลายเรื่อง คือ เรื่องเงินรางวัลที่มีความกังวลว่า รางวัลหวยออนไลน์จะจ่ายสู้หวยใต้ดินหรือสลากใบไม่ได้ และการออกหวยออนไลน์ ต้องแก้ปัญหาสลากเกินราคาที่เรื้อรังมานานให้สำเร็จ

ที่สำคัญ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ จะต้องเข้าไปจัดการเกลี่ยผลประโยชน์เรื่องโควตาสลาก 72 ล้านฉบับให้ได้

เพราะเรื่องนี้มีพวกพ่อค้า นักการเมือง เจ้าพ่อ เจ้าแม่สลาก รุมกินโต๊ะโควตาเหล่านี้อยู่

หากจัดการไม่ลงตัวอาจสะเทือนถึงเก้าอี้เหมือนอย่างที่ สมชาติ วงศ์วัฒนศานต์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ คนก่อน ต้องโดนเด้งพ้นจากเก้าอี้ไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาได้

นอกจากนี้ จะต้องเดินหน้าเจรจาคู่สัญญาเดิม คือ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี (แอลจีที) ในฐานะที่เป็นผู้รับสัมปทานจากรัฐ และรอไฟเขียวจากรัฐบาลให้ลงตัว หากไม่เดินหน้าโครงการนี้สักที คาดว่าล็อกซเล่ย์ฯ อาจต้องลุยฟ้องร้องศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสลากฯ เป็นเงินกว่า 3,600 ล้านบาท

ส่วนผู้ที่รับกรรมหากรัฐบาลคลอดหวยออนไลน์จริงๆ ในปีหน้า คือ กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อย รวมถึงพวกที่มีอาชีพเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จะขาดทุนเพราะรับสลากมาแพงแต่ไม่สามารถขายได้เกินราคาได้เหมือนก่อน

ที่สำคัญ มีการประเมินว่าหวยออนไลน์หรือหวยตู้ น่าจะมาชิงตลาดสลากใบได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงนี้ที่วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรป ได้ส่งผลสะเทือนถึงเศรษฐกิจโลกและส่งผลถึงเศรษฐกิจไทยแม้จะไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ประจวบกับการเดินหน้าลดภาษีของรัฐบาล และการใช้เงินแบบชักหน้าไม่ถึงหลังในโครงการประชานิยม ทำให้รายได้รัฐบาลทรุดฮวบลง และพลาดเป้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ดังนั้น การเร่งรัดการออกหวยออนไลน์หรือหวยตู้ รอบนี้รัฐบาลน่าจะไม่สนเสียงคัดค้าน เพราะนาทีนี้เงินที่ได้จากหวยออนไลน์ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแก้ปัญหากระเป๋าฉีกของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้

ฟันธงลงไปได้เลยว่า ในปีหน้าหวยออนไลน์เกิดได้อย่างแน่นอน

แต่จะสามารถทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีการขายเกินราคาหน้าตั๋วหรือไม่นั้น ไม่มีใครสามารถรับประกันได้

เพราะเครือข่ายธุรกิจสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นหากินกับการขายเกินราคากันจนพุงกาง เพราะหากผู้ค้าบวกเกินโดยจำหน่ายถึงคู่ละ 100 บาท (+20 บาท) กำไรส่วนเกินต่อเดือนจะมากถึง 920 ล้านบาท หรือปีละ 11,040 ล้านบาท

ในกรณีที่จำหน่ายเกินราคาคู่ละ 120 บาท กำไรส่วนเกินจะเบิ้ลเป็น 2 เท่าตัว คิดเป็นต่อเดือนละ 1,840 ล้านบาท ปีละ 22,080 ล้านบาท

ใครเล่าจะยอม!

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร