
ความสุขแบบ เนวิน ครบ 54 ปี
54 ปี ครบรอบวันเกิด เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยและประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
54 ปี ครบรอบวันเกิด เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยและประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
แม้ปีนี้ บ้านเลขที่ 35/2 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จะไม่ได้จัดงานเลี้ยงวันเกิดอย่างเอิกเกริก แต่เพราะความบิ๊กเนมทางการเมืองก็ทำให้ลานหน้าบ้านเต็มไปด้วย สส. จากพรรคภูมิใจไทย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น และนักธุรกิจในจังหวัดมาร่วมอวยพรอย่างคับคั่ง
“หากผมยังอยู่การเมืองจะได้กอดกันกลางสนามแบบมีคนอยู่หลายพันคนแบบไม่ต้องเกรงใจใคร นี่คือความสุขของผม ใครอยากมีความสุขเหมือนผมขอให้ออกจากการเมือง” คำกล่าวผ่านสีหน้าเปื้อนยิ้มของ เนวิน หลังถูกสื่อมวลชนถามว่า วันเกิดปีนี้ กรุณา ชิดชอบ ภรรยาซึ่งพลิกบทไปเป็นประธานเชียร์ฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มอบของขวัญอะไรให้
นับตั้งแต่ เนวิน ถูกเว้นวรรคทางการเมืองร่วมกับสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ทำให้เขาทุ่มเทเวลาให้กับสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กระทั่งได้คืนสิทธิทางการเมือง แต่ เนวิน ก็ไม่คิดที่จะวกกลับเข้าสู่ถนนทางการเมืองด้วยการย้ำตลอดมา “บนสนามไอโมบาย สเตเดียม” มันได้สร้างความสุขในชีวิตให้เขามากกว่า “สนามการเมือง”
“จากนี้ตั้งเป้าหมายการใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข เพราะประกาศตัวแล้วว่าจะเลิกเรื่องการเมือง ให้เวลากับฟุตบอล 70% และมอเตอร์ไซค์ 30% ซึ่งในปีนี้ได้วางแผนให้ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ครอง 2 แชมป์ คือ โตโยต้า ลีก คัพ และมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ยกเว้นแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก” เนวิน เปิดเผยถึงแผนการชีวิต
“การสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งใดๆ ไม่มีอยู่ในชีวิตแล้ว ที่ผ่านมาพูดไม่มีใครเชื่อ บังคับกันไม่ได้ แม้จะเชิญเป็นรัฐมนตรีก็ไม่เป็น เพราะไม่ทราบว่าจะเป็นไปทำไม จะเอาทุกข์ใส่ตัวทำไม เพราะวันนี้มีความสุขแล้วสำหรับบทบาทในพรรคภูมิใจไทย หากใครมีปัญหาอะไรพร้อมช่วยแก้ปัญหาตามกำลังของประชาชนคนหนึ่งที่จะช่วยได้ เพราะคนอยู่ในสังคมต้องมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นธรรมดา”
แม้ว่า เนวิน จะวางมือการเมือง แต่เขาก็มองถึงคนที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคนใหม่ นั่นคือ อนุทิน ชาญวีรกูล
“การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยชุดใหม่ในวันที่ 14 ต.ค. คิดว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านที่ดี คุณอนุทิน มีความเหมาะสมในตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะบ้านเมืองถึงเวลาเปลี่ยนคนรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง ทำให้มิติทางการเมืองและความรู้สึกทางการเมืองของประชาชนต่อนักการเมืองดีขึ้น เพราะหากยังเวียนว่ายตายเกิดในกลุ่มบุคคลเดิมๆ ความขัดแย้งก็ไม่จบสิ้น” เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหากเรายอมรับความจริงว่าคนรุ่นปัจจุบันความขัดแย้งสูง ให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีความขัดแย้งกันมาหาทางสร้างความปรองดองให้คนในชาติไม่ดีกว่าหรือ ถ้ารักบ้านเมืองกันจริง”
“ผมยอมรับว่าตัวเองมีความขัดแย้งสูงกับผู้คนกับสังคมการเมืองมากมายมหาศาล การดำรงอยู่ทางการเมืองของผมยิ่งจะทำให้ความแตกแยกมีมากขึ้น โอกาสที่บ้านเมืองจะสมานฉันท์ปรองดองไม่มีเลย หากผมอยู่ในสังคมการเมือง ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ทำได้คือถอนตัวจากการเมืองเสียหากนักการเมืองรักบ้านเมืองจริง ช่วยกันชักฟืนออกจากไฟคนละท่อนเถิด”
เนวิน กล่าวต่อข้อถามว่า คนที่ถอยหมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ เนวิน ตอบว่า ไม่ได้หมายถึงใคร หมายถึงคนทุกคน แต่รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง และเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญในการปรองดองในชาติ ตราบใดที่ยังยืนอยู่บนถนนการเมือง ความขัดแย้งมีแต่มากขึ้น
“ผมมีความสุขอยู่กับฟุตบอล เพราะเล่นการเมืองมา 20 ปี ไม่ได้ทำให้คนบุรีรัมย์มีความสุขเท่ากับทำฟุตบอล 3 ปี” นี่เป็นเสียงส่งท้ายความสุขของ เนวิน ในวันครบรอบ 54 ปี







