
กิตติรัตน์ยันลดงบปี56สอดรับสถานการณ์
กิตติรัตน์แจงสภาเหตุปรับลดงบปี 56 ตามความเหมาะสมและให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
กิตติรัตน์แจงสภาเหตุปรับลดงบปี 56 ตามความเหมาะสมและให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 56 สภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอรายงานผลการพิจารณาต่อที่ประชุมสภา
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า กมธ.วิสามัญได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้เสนอต่อสมาชิกสภาทุกคน โดยผลสรุปงบกมธ.เริ่มพิจารณาตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. และเสร็จในวันที่ 1 ส.ค. รวม 46 วัน และร่วมพิจารณารายละเอียดของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ที่ได้รับงบประมาณ รวม 452 หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้รับงบ 10 หน่วยงาน
ทั้งนี้ ได้ปรับลดงบประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากเป้าหมายผลการดำเนินการจริง ระยะเวลาความสามารถใช้จ่ายงบ รวมทั้งให้ความสำคัญในการนำผลการใช้จ่ายจริงของปีที่ผ่านมา เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างเข้มงวด ตลอดจนความพร้อมในการดำเนินการงาน อาทิ 1.โครงการหรือรายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันหรือโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยใช้จ่ายจากการโอนเปลี่ยนแปลงงบ การปรับแผนปฏิบัติงานหรือการใช้จ่ายงบ ประจำปีงบ 2555 หรือเป็นโครงการที่มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี
2.โครงการหรือรายการที่มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ยังไม่ชัดเจนหรือความจำเป็นน้อย มีค่าใช้จ่ายไม่ประหยัด เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้เกิดความประหยัด แต่ยังคงเป้าหมายเดิมได้ เช่น การใช้จ่ายฝึกอบรมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การจ้างที่ปรึกษา และการวิจัย 3.โครงการหรือรายการที่มีผลการดำเนินการล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด และคาดว่าไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันในปีงบประมาณ 56 หรือผูกพันงบประมาณเดิม ที่ผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่างบที่เสนอไว้
4.รายการงบประมาณต่างๆ ที่สามารถประหยัดได้ เช่น การปรับราคาครุภัณฑ์บางประเภทลง ตามราคาตลาดที่ลดลง 5.โครงการหรือรายการที่สามารถใช้เงินจากแหล่งอื่น นอกเหนือจากงบประมาณได้ เช่น เงินรายได้หรือเงินนอกประมาณ หรือเงินสะสมคงเหลือในหน่วยงานต่างๆและกองทุนหรือเงินทุนหมุนเวียนเป็นต้น
สำหรับการเพิ่มงบประมาณนั้น กมธ.วิสามัญร่วมกันพิจารณาเพิ่มราการต่างๆที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และรายการที่หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานศาล หน่วยงานตามองค์กรรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ เสนอคำขอแปรญัตติต่อกมธ.วิสามัญโดยตรง ตามรัฐธรรมนูญ ม.168 วรรค 9 ในจำนวนวงเงินเท่าที่ปรับลด รวม 2.2 หมื่นล้านบาท
โดยจำแนก ดังนี้ 1.จัดสรรเพิ่มให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล เช่น ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกระดับสินค้าเกษตร การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ไขป้องกันปัญหายาเสพติด การพัฒนาแหล่งน้ำและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม พัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา การศึกษา และพัฒนาระบบประกันสุขภาพ
2.จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 4.7 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนกรณีเร่งด่วน และเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงาน รวมทั้งรักษาสัดส่วนการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในอัตรา 27.27% ตามที่เสนอไว้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับเดิม 3.จัดสรรเพิ่มให้หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานตามองค์กรและหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ จำนวน 330 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กมธ.ยังได้พิจารณาอนุมัติเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ปี 56 รวม 3 รายการ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายของมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 65 ล้านบาท ไปเป็นงบประมาณของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. 2555 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา และการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานดำเนินการของกองทุนตั้งตัวได้ โดยไม่เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของรายการ และไม่กระทบต่อวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
อย่างไรก็ดี รายละเอียดการพิจารณาปรับลดและเพิ่มงบประมาณดังกล่าว กมธ.วิสามัญให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเป้าหมายและผลการดำเนินการที่ผ่านมา รายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและมีประโยชน์ต่อประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินการภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น จำนวน 2.4 ล้านล้านบาท ตามที่สภาได้ลงมติรับหลักการไว้







