
ท่องเที่ยวเดินหน้าดิ่งเหว
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ในฐานะโฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 มี.ค. นี้ กรรมการเฟตตาเตรียมหารือร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และรายงานภาพรวมการท่องเที่ยวของไทย หลังจากล่าสุดรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในหลายมณฑล เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ฯลฯ ออกประกาศเพิ่มระดับการเตือนนักท่องเที่ยวในระดับสูงสุด โดยห้ามนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์ยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1323 มี.ค. นี้
ทั้งนี้ ภาคเอกชนต้องการให้หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในขณะนี้ รวมถึงประสานการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ในด้านการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และให้ข้อเท็จจริงถูกต้องแก่นักท่องเที่ยวในทิศทางเดียวกัน เพราะขณะนี้ข้อมูลต่างๆ ที่ออกมาจากฝ่ายรัฐบาลและภาคเอกชนไม่ตรงกัน สร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยว
“
การเมืองเริ่มมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น ทำให้หลายประเทศเริ่มยกเลิกการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ในเรื่องนี้รัฐควรมีการชี้แจงที่ถูกต้องมากกว่าปฏิเสธความเป็นจริง และการห้ามนักท่องเที่ยวของจีนในครั้งนี้ เชื่อว่าในอีก 12 วันข้างหน้าจะมีการประกาศห้ามเตือนทุกมณฑล” นายเจริญ กล่าวนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน กล่าวว่า การประกาศห้ามนักท่องเที่ยวจีนมาในช่วงนี้ ส่งผลให้คนจีนเดินทางเข้าไทยผ่านสมาชิกสมาคมลดลงราว 12 หมื่นคน รายได้ลดลง 1,000 ล้านบาท ในช่วงการประกาศห้ามชาวจีนมาไทย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนต้องการให้รัฐบาลเร่งหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้การเดินทางแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จำนวนกว่า 120 ลำ อยู่ระหว่างรอดูสถานการณ์ภายในประเทศไทย
นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในแต่ละตลาด เช่น ญี่ปุ่น ยังไม่มีการยกเลิกการเดินทาง แต่ไม่มียอดการจองล่วงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ตลาดเกาหลีได้ทยอยยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยในช่วงนี้ราว 20% ส่วนตลาดจีนเชื่อว่าจะยกเลิกเกือบหมดตลาดในช่วง 10 วันนี้ โดยอาจมีบางส่วนที่ยังเดินทางเข้ามา เพราะยกเลิกการจองไม่ทัน หรือเป็นกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที)
“
จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสมาชิกแอตตาระหว่างวันที่ 114 มี.ค. นั้น ปรากฏว่ามีจำนวน 6.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ต้องติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน” นายสุรพล กล่าวขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) วิเคราะห์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ค้าส่งและค้าปลีกจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมากที่สุด เนื่องจากนักท่องเที่ยวกังวลในเรื่องความปลอดภัย โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะอยู่ที่ 15.5 ล้านคน หรือจะขยายตัว 9.6%







