posttoday

พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ

15 กรกฎาคม 2555

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ พระนามเดิม พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ พระนามเดิม พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาจันทร์ ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือน 9 แรม 12 ค่ำ ปีมะเส็ง นพศก จ.ศ. 1219 ตรงกับวันที่ 17 ส.ค. 2400 ทรงได้รับการศึกษาชั้นต้นในพระบรมมหาราชวัง หลังจากบรรพชาแล้ว ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนกระทั่งปี 2439 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้กำกับกรมช่างมุก

ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดี จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ก็สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2458 มีพระชันษา 59 ปี ทรงเป็นต้นราชสกุล เกษมศรี

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ทรงมีหม่อม 10 คน มีพระโอรสธิดา 21 องค์ มีพระโอรสที่เป็นที่รู้จักในสังคมไทยคือ หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี อดีตคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ซึ่งบอกจะมีความหมายว่า “ระลึกถึงเกษมศรี” ผู้ทรงเป็นต้นราชสกุลแล้ว หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี ยังมีความปรารถนาที่จะตั้งโรงเรียนขึ้นในวังให้เป็นแบบโรงเรียนราษฎร์ในลักษณะ Public School เช่น ในประเทศอังกฤษ เพื่อสนองพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยจัดตั้งโรงเรียนขึ้นเป็นทานมัยมุ่งส่งเสริมการศึกษาให้แก่กุลบุตร กุลธิดา ได้เปิดทำการสอนมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2475 มาถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์ของโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ที่ยังคงรักษาไว้อย่างมั่นคงมาจนถึงวันนี้คือ รักประเพณีมีมารยาทงาม นักเรียนจะดีเพราะมีวัฒนธรรม นักเรียนจะเป็นผู้นำเพราะมีความรู้ ทำให้โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ เป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนอย่างไม่เสื่อมคลาย

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเกษมศรีศุภโยค กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ยังมีนัดดาและปนัดดาที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของสังคมไทยคือ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี อดีตข้าราชสำนักศิลปินแห่งชาติ ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคล ทางด้านสถาปัตยกรรม ศาสตราจารย์กิตติคุณ หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี (เกษมศรี) อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2538 (สาขาปรัชญา) ปูชนียบุคคลด้านสถาปัตยกรรมไทย เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสาขาสถาปัตยกรรมไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาปนิกดีเด่นผู้บุกเบิกงานวิจัยสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หม่อมราชวงศ์เกษมสโมสร เกษมศรี อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนคนแรก อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี หม่อมหลวงพีระพงศ์ เกษมศรี อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทย ประจำสหประชาชาติ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาและอดีตราชเลขาธิการ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ

 

หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เป็นพระโอรสใน พันโท หม่อมเจ้าสมภพ และหม่อมเยื้อน เกษมศรี เกิดเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2458 จบการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส แล้วเข้าศึกษาต่อที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนได้รับอนุปริญญา แล้วเข้ารับราชการที่กรมโยธาธิการ กรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง ได้สร้างสรรค์งานดีเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม จนได้รับรางวัลมากมาย เป็นสถาปนิกที่มีความเป็นเลิศในการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยและสถาปัตยกรรมสากล ทั้งยังมีความชำนาญในการออกแบบผูกลายได้งดงามยิ่ง ในช่วงที่รับราชการอยู่ที่กรมศิลปากร ได้ออกแบบวิหารพระพุทธสิหิงค์ จ.ชลบุรี พระที่นั่งอาภาณ์พิโมกข์ ปราสาทจำลอง ซึ่งนำไปแสดง ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อปี 2501 หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี ยังได้ออกแบบเมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งใช้เป็นเมรุในพระราชพิธีต่อมาจนทุกวันนี้ ทั้งยังได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาสถาปัตยกรรมไทย ให้กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร ในระหว่างนี้ได้มีโอกาสใช้เบื้องพระยุคลบาทออกแบบเขียนแบบ และควบคุมการก่อสร้างที่ประทับแบบพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ ตำหนักที่ประทับและที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ต่อมาในปี 2504 หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ ขอลาออกจากราชการเพื่อปฏิบัติงานส่วนตัว แต่เมื่อทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มาปฏิบัติราชการในพระราชวัง สังกัดสำนักพระราชวัง ในตำแหน่งหัวหน้ากองมหาดเล็ก และปฏิบัติราชการในฐานะสถาปนิกพิเศษประจำสำนักพระราชวัง ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยตั้งแต่ออกแบบ เขียนแบบ และควบคุมการก่อสร้างพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร ทั้งยังพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกแบบพระตำหนักเพิ่มเติม ได้แก่ พระตำหนักสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมทั้งหอพระประจำราชนิเวศน์ด้วย นอกจากนั้นยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ควบคุมตกแต่งสถานที่พระราชนิเวศน์แห่งนี้ทั้งหมด ส่วนที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ซ่อมแซมสระสรงที่พระตำหนักที่ประทับ ต่อมาเมื่อมีพระราชประสงค์ สร้างพระตำหนักเพิ่มเติม เป็นที่ประทับของพระเจ้าลูกเธอก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมทั้งหมด ส่วนที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อทรงมีพระราชประสงค์จะต่อเติมพระตำหนักส่วนใดก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เป็นผู้เขียนแบบและต่อเติมขึ้น พร้อมทั้งเขียนแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนที่พระบรมมหาราชวัง หม่อมราชวงศ์มิตรารุณได้รับผิดชอบ ในการบูรณปฏิสังขรณ์ที่นั่งองค์ต่างๆ ตลอดมา

นอกจากนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทูลขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้หม่อมราชวงศ์มิตรารุณไปช่วยงานด้านพระศาสนาออกแบบอาคารต่างๆ ในวัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี งานที่สำคัญได้แก่ พระมหามณฑปพระพุทธบาท “ภปร” “สก” ศาลานาคเล่นน้ำนานาชาติ

เมื่องานออกแบบในวัดญาณสังวรารามแล้วเสร็จ ยังได้ออกแบบพระอุโบสถ เจดีย์ ที่วัดตรีทศเทพฯ ศาลาที่ระลึกครบ 150 ปี ของวัดบวรนิเวศวิหาร นอกเหนือจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมแล้ว หม่อมราชวงศ์มิตรารุณยังได้ออกแบบตรามหาวิทยาลัยมหิดล ตรามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตราสวนหลวง ร.9

ต่อมาเมื่อหม่อมราชวงศ์มิตรารุณ มีอายุครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติราชการต่อไปอีกจนถึงอายุ 65 ปี หลังจากนั้น จึงขอรับใช้เบื้องพระยุคลบาทโดยมิขอรับเงินเดือน และไปปฏิบัติราชการทุกวันในช่วงนี้ได้ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างอาคารหลายๆ หลัง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ได้แก่ วัดญาณสังวราราม วัดตรีทศเทพฯ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดถ้ำผาปล้อง ที่ จ.เชียงใหม่ จะเห็นได้ว่า หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี ได้ปฏิบัติงานออกแบบสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมสม่ำเสมอมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ตั้งแต่จบการศึกษามา ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถในการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานสถาปัตยกรรมไทย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และยอมรับนับถือในงานวิชาการสถาปัตยกรรมจนทุกวันนี้ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี ได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) เมื่อปี 2530 และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2540 รวมอายุได้ 82 ปี

ส่วนหม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี (เกษมศรี) เกิดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2472 เป็นธิดาใน พันโท หม่อมเจ้าสมภพ และหม่อมเยื้อน เกษมศรี และเป็นน้องสาวของ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี จบปริญญาตรีทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโทสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลลาเนีย สหรัฐอเมริกา และเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2500

ขณะศึกษาอยู่ที่คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ เคยได้รับเลือกเป็นนายกชุมนุมนิสิตหญิงของคณะ ทำงานร่วมกับนายกชุมนุมนิสิตหญิงของมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี เป็นบุคคลสำคัญผู้หนึ่งที่ทำให้การศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก่อรูปร่างมั่นคงตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ และได้ปลูกฝังให้ลูกศิษย์ตระหนักถึงความสำคัญและการอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีผลงานการค้นคว้าวิจัยเป็นที่ปรากฏยกย่องในวงวิชาการมากมาย เช่น การศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาด้วยข้อมูลเอกสารเบื้องต้น เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทยในกรุงรัตนโกสินทร์ (ร.3ร.5) แกนนำในการขยายตัวของกรุงเทพมหานครในอดีต วิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรมในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถึงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างปี 2325–2453

ศาสตราจารย์กิตติคุณ หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี ได้รับการยกย่องให้เป็นสถาปนิกดีเด่น ประจำปี 2537 โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2538 เป็นปูชนียบุคคลด้านสถาปัตยกรรมไทยประจำปีพุทธศักราช 2538 โดยคณะกรรมการอำนวยการวันมรดกไทย และได้รับพระราชทานปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2541 แม้จะเกษียณจากราชการแล้ว ศาสตราจารย์กิตติคุณ หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี ยังคงทำงานอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง

ข่าวล่าสุด

กกร.หั่น GDP ไทยปี 69 ลงเหลือ 1.2–1.6% ผลกระทบจากพลังงานแพง