posttoday
ยุบสภาข้อเรียกร้องที่ไม่เคยได้จากการชุมนุม

ยุบสภาข้อเรียกร้องที่ไม่เคยได้จากการชุมนุม

15 มีนาคม 2553

เมื่อสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอที่รัฐบาลจะ “ยุบสภา” สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปก็คือ “คำขู่” ของกลุ่มเสื้อแดง จะส่งผลร้ายแรงต่อไปมากน้อยแค่ไหน

เมื่อสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอที่รัฐบาลจะ “ยุบสภา” สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปก็คือ “คำขู่” ของกลุ่มเสื้อแดง จะส่งผลร้ายแรงต่อไปมากน้อยแค่ไหน

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาล “ยุบสภา” เพื่อปลดปล่อยประเทศจากเผด็จการและสถาปนาประชาธิปไตยภายใต้อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียกร้องกลางเวทีการชุมนุมใหญ่ ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

 

ยุบสภาข้อเรียกร้องที่ไม่เคยได้จากการชุมนุม

พร้อมกดดันต่อเนื่องด้วยการกำหนด “เส้นตาย” 24 ชั่วโมง รอฟังคำตอบจากรัฐบาลภายในเที่ยงวันนี้ ถึงขั้นระดมมวลชนบุกไปรอฟังคำตอบจากปากนายกฯ ถึงวอร์รูมกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่ตั้งกองอำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)

กำลังกลายเป็นอีกด่านหินสำคัญที่รัฐบาลต้องเผชิญ แต่ทว่าประเมินแล้ว ทั้งจากเงื่อนไข จังหวะเวลา และสถานการณ์ขณะนี้แล้ว โอกาสที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะรับลูกยอมลาออกตามข้อเรียกร้องคงเป็นไปได้ยากยิ่ง ในวันที่แต้มต่อของรัฐบาลยังมีอยู่เต็มมือ

เห็นได้ชัดจาก “เหตุผล” ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ อ้างมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ก็คือ ไม่เชื่อว่าการยุบสภาจะเป็น “ทางออก” แต่ยังเปิดทางสำหรับการพิจารณายุบสภาและการลาออก ซึ่งยอมรับว่าเรื่องปกติของวิถีทางประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีเหตุมีผลและประเทศได้ประโยชน์

"ผมยังมีความห่วงใยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยุบสภา แล้วปรากฏว่ายังมีความขัดแย้ง มีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างสงบ กลายเป็นการเลือกตั้งที่เสี่ยงต่อความรุนแรง อันนั้นไม่ดีกับประเทศ

...หรือถ้ายังเป็นการเลือกตั้งซึ่งบางฝ่ายคลางแคลงใจว่ากติกาที่ใช้ในการเลือกตั้งดีหรือไม่ดี เสร็จแล้วปรากฏว่าเลือกตั้งเสร็จเกิดการไม่ยอมรับกันอีกในเรื่องของกติกา ถ้าเกิดย้อนกลับมาอย่างนี้ก็ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอีก"

ยิ่งปัจจัยในแง่ความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ที่แม้จะระหองระแหงกันมาตลอด แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนพร้อมสำหรับกระบวนการ การ “ล้มกระดาน” และเข้าสู่สนามเลือกตั้งกันอีกครั้งในวันที่ไม่มีอะไรแน่นอน

ดังจะเห็นจากสัญญาณ “หนุน” รัฐบาลเต็มตัว ไล่จาก ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เชื่อว่าไม่สามารถยุบสภาในขณะนี้ได้ เพราะประเทศไม่ควรอยู่ภายใต้การกดดันของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และการยุบสภาไม่ใช่การแก้ปัญหา

“ทางที่ดีกลุ่มคนเสื้อแดงควรยุติการชุมนุมและเจรจากับรัฐบาล ซึ่งนายกฯ เปิดช่องให้มีการเจรจาอยู่แล้ว”

สอดรับกับ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่สุกงอม เข้า 3 เงื่อนไขวิกฤตถึงขึ้นยุบสภา อันได้แก่ 1.เกิดวิกฤตรัฐสภา 2.วิกฤตเศรษฐกิจ 3.วิกฤตความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล

เช่นเดียวกับ ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มองว่าไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะนำไปสู่การยุบสภาได้ แต่หากจะมีการยุบสภาจริงก็ไม่เห็นจะมีอะไร เพราะอย่างไรก็ต้องทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการอยู่ดี

แม้กระทั่งในแง่มุมทางด้านเศรษฐกิจ ที่ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง หยิบยกมาเป็นประเด็นคัดค้านการยุบสภา ว่าจะทำให้ประชาชน เสียประโยชน์ เพราะระบบการบริหารประเทศได้วางแผนไว้ต่อเนื่องตลอด 4 ปีของรัฐบาล หากทุกคนใจเย็นลงอีกนิด ให้เวลารัฐบาลได้ทำงาน สุดท้ายก็มีการเลือกตั้งใหม่อยู่ดี

วิเคราะห์กันจริงๆ ตามสถานการณ์และเงื่อนไขที่เป็นอยู่ “โอกาส” รัฐบาลจะยุบสภาตามเสียงเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง ที่หนุนหลังด้วยพลังมวลชนเรือนแสนคน ที่ระดมมาจากทั่วประเทศเที่ยวนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ท่ามกลางเสียงสะท้อนที่ยังเห็นว่าการยุบสภาไม่ใช่ “ทางออก” ของสังคม

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การยุบสภายังไม่ใช่ทางออกของประเทศไทย ในเวลานี้หากยุบสภาขึ้นมาจริงๆ โดยที่ยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือทำข้อตกลงทำกติกากันเสียใหม่ ปัญหาก็จะยังไม่จบ เมื่อมีการเลือกตั้ง ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน

แม้แต่ในกรณีการลงพื้นที่หาเสียงที่อาจเป็นปัญหาได้ จนฝ่ายหนึ่งจะเข้าไปหาเสียงในพื้นที่ของอีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำได้ ทางที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือให้ทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้ง และผู้ที่เกี่ยวข้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันก่อน เพื่อหาทางออกจึงจะสามารถยุบสภาได้ เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งใหม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

อีกด้านหนึ่ง ไชยันต์ ไชยพร จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้คงเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะยุบสภาเทียบเคียงกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ในอดีต ใช้เวลา 193 วัน มีการบุกไปปิดล้อมสนามบิน เข้าไปยึดทำเนียบฯ และมีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมมากกว่าแสน แต่ก็ไม่สามารถทำให้รัฐบาลยุบสภาได้

ย้อนไปดูประวัติศาสตร์ที่ช่วง 34 ปีที่ผ่านมา หลังการปฏิวัติวันที่ 19 ก.ย. 2549 กับการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ไม่เคยมีครั้งใดที่ประสบความสำเร็จ การพ้นจากตำแหน่งของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก็เป็นไปเพราะคำสั่งศาลจนต้องหลุดจากเก้าอี้นายกฯ

ถัดมาที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะคำตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน จนทำให้นายกฯ สมชายพ้นจากตำแหน่ง และเกิดการเจรจาพลิกขั้วของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาหนุนประชาธิปัตย์ ดันอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ

ไชยันต์ วิเคราะห์ว่า ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่แตกต่าง หรือเคลื่อนไหวในแนวทางที่ไม่นอกเหนือไปจากสิ่งที่พันธมิตรฯ เคยเคลื่อนไหวไว้ก่อนหน้านี้ ก็เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะยุบสภาตามข้อเรียกร้อง แม้จะมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมมากถึง 23 แสนคนก็ตาม

ทว่าปัจจัยเรื่อง “ความรุนแรง” ที่วิเคราะห์กันว่ามีความพยายามจะทำให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นปัจจัยกดดันให้รัฐบาล “ยุบสภา” ไชยันต์ มองว่า “สูตรเดียว” ที่มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงคือ กรณีความรุนแรงเกิดจาก “มือที่ 3” และยอมถอยด้วยกันทั้งสองฝ่าย ก็เชื่อว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การยุบสภา

ทั้งนี้ คือหากกลุ่ม นปช.ได้รับผลกระทบเกรงว่าหากชุมนุมต่อไปจะส่งผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุม จนยอมยุติการชุมนุม ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลประเมินแล้วว่า หากยุบสภาจะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมยุติการชุมนุม โดยให้รัฐบาลรักษาการดำเนินการหาตัวมือที่ 3 มาลงโทษก็น่าจะนำไปสู่การยุบสภาได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือต้องเป็นเรื่องความรุนแรงที่เกิดจากมือที่ 3 ไม่ใช่จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือโดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดจากรัฐบาลเอง ซึ่งอาจจะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความโกรธ และนำไปสู่ความรุนแรง ยากต่อการควบคุมฝูงชน ยิ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลง

สุดท้ายเมื่อสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอที่รัฐบาลจะ “ยุบสภา” สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปก็คือ “คำขู่” ของกลุ่มเสื้อแดง ที่ออกมาประกาศเตรียมยกระดับความรุนแรง ว่าจะส่งผลร้ายแรงต่อไปมากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่