
ป.ป.ช.ชี้ยงยุทธนั่งรองนายกฯต่อได้
ป.ป.ช. ชี้ ยงยุทธ นั่งมท.1-รองนายกฯต่อได้ แม้ถูกชี้มูลปมอัลไพน์ รอที่ประชุมรับรองมติก่อนส่งอัยการสูงสุดดำเนินการ
ป.ป.ช. ชี้ ยงยุทธ นั่งมท.1-รองนายกฯต่อได้ แม้ถูกชี้มูลปมอัลไพน์ รอที่ประชุมรับรองมติก่อนส่งอัยการสูงสุดดำเนินการ
นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยังสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ตามปกติแม้ว่าป.ป.ช.จะมีมติชี้มูลความผิดมูลกรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้ใช้อำนาจรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2545 ในการรับรองการซื้อขายที่ดินวัดธรรมาธิการราม กับ บริษัท อัลไพน์โดยมิชอบ
“นายยงยุทธยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพราะในช่วงที่มีการกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวนายยงยุทธไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่อยู่ในตำแหน่งรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นไปตามมาตรา 55ของ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ” นายกล้านรงค์ กล่าว
สำหรับคดีนี้ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดว่า การใช้อำนาจของนายยงยุทธเพื่อรับรองการซื้อขายที่ดินวัดธรรมามิการามกับบริษัท อัลไพน์ว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะที่ดินธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้ ดังนั้น ป.ป.ช.จึงมีมติว่า การกระทำนายยงยุทธผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีความผิดวินัยร้ายแรง ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำหรับขั้นต่อไปจะต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีอาญา พร้อมกับให้ผู้บังคับบัญชาของนายยงยุทธ คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการทางวินัยร้ายแรงภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งกระทรวงจะต้องดำเนินการลงโทษวินัยร้ายแรงภายใน 30วันนับจากได้รับหนังสือจากป.ป.ช. โดยโทษวินัยร้ายแรงกรณี้มี 2 สถานคือ ไล่ออก กับ ปลดออก แต่กรณีนี้นายยงยุทธพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ราชการไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าจะเอาผิดย้อนหลังได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวง







