
แนะ5ข้อเสนอรัฐบาลดับไฟใต้
นักการเมือง-สส.3จังหวัดชายแดนภาคใต้จัดสานเสวนาเสนอ5ข้อแนะแนวทางแก้ปัญหาสร้างสันติสุขให้รัฐบาล
นักการเมือง-สส.3จังหวัดชายแดนภาคใต้จัดสานเสวนาเสนอ5ข้อแนะแนวทางแก้ปัญหาสร้างสันติสุขให้รัฐบาล
วันนี้(12มิ.ย.) ที่โรงแรมซีเอสปัตตานี นักการเมืองสำคัญหลายคน อาทิ นายเด่น โต๊ะมีนา, นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา จากพรคเพื่อไทย, นายนัจมูดิน อูมา, นายอารีเพ็ญ อุตรสินธ จากพรรคมาตูภูมิ, และพรรคการเมืองอื่นๆ ประมาณ 20 คน ร่วมเสวนา และมีข้อสรุปเสนอให้กับรัฐบาล เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในพื้นที่ ดังนี้
1.นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2555-2557 ที่กำลังยกร่างเป็นสิ่งที่ดี แต่มีข้อสังเกตว่า สิ่งสำคัญคือในการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติใช้ได้ผลจริงในพื้นที่
2.ตามที่ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่า“น้อมนำหลักรัฐประศาสโยบายของล้นเกล้าราชการที่ 6 ข้อที่ 1 ที่ได้ทรงวางไว้ว่า วิธีปฏิบัติการอย่างใด เป็นทางให้พลเมืองรู้สึกเห็นไปว่าเป็นการเบียดเบียนกดขี่ศาสนาอิสลาม ต้องยกเลิกหรือแก้ไขเสียทันที การใดจะจัดขึ้นใหม่ต้องอย่าให้ขัดกับลัทธินิยมของอิสลาม หรือยิ่งทำให้เห็นเป็นการอุดหนุนศาสนามหหมัดได้ยิ่งดี,มาใช้ในการปรับปรุงหรือข้อบังคับกฏเกณฑ์ต่างๆ นั้น การปฏิบัติข้อนี้น่าจะเป็นการปฏิบัติตาม ลัทธินิยมของศาสนาอิสลาม ที่เป้นข้อวินิจฉัย 23 ของอดีตจุฬาราชมนตรี โดยให้ข้าราชการได้รับทราบอย่างกว้างขวาง เช่นปิดประกาศข้อวินิจฉัยที่ทำการอำเภอ,โรงเรียนทุกแห่ง อนึ่งขอให้ผู้บังคับบัญชากำชับข้าราชการให้เคารพประเพณีนิยม โดยเฉพาะเรื่องทางเพศอย่างเคร่งครัด และจะต้องลงโทษทางวินัยผู้ที่ละเมิดอย่างจริงจัง
3.ตามที่ร่างยุทธศาสตร์ ส่งเสริมบรรจุแต่งตั้งคนมีภูมิลำเนาในพื้นที่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐเป็นส่วนใหญ่ นั้น การปฏิบัติอาจเริ่มจากอัตรากำลังของข่าราชการที่เป็นของ ศอ.บต นอกจากนั้นเสนอแนะกระทรวงต่างๆส่งข้าราชการที่เข้าใจ ตั้งใจจริง ไม่ใช่ต้องการเพียงตำแหน่ง และขอผ่านเพื่อการขอย้าย ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
4.ตามร่างยุทธศาสตร์ระบุว่า เร่งพัฒนาความยุติธรรมกระแสหลักให้สอดคล้องกับความเป็นจริง รวดเร็วและเป็นธรรม นั้น ที่ประชุมเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมมีความล่าช้า การสอบสวนและส่งฟ้องยังไม่เป้นธรรม เช่นมีการผ่อนฟ้อง และปี 2552-2554 มีการยกฟ้องถึง 63-78 เปอร์เซ็นต์
5. ในประเด็นยกร่างเศรษฐกิจ เห็นว่า ปัจจุบันคนไทยประกอบอาชีพที่มาเลเซียเป้นจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจอาหารต้มยำกุ้งถึง 2 แสนคน ขอให้ ศอ.บต.พิจารณาดำเนินการมีการตกลงในระดับนโยบายระหว่างรัฐบาลไทย-มาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวก และสนับสนุนการประกอบอาชีพให้รีบด่วน รวมทั้งการขอใบอนุญาต
ทั้งนี้ กลุ่มสส. และนักการเมือง จะมีการประชุมใหญ่อีกครั้งในเดือนก.ค.2555 ที่กทม.และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้การทำงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม.
นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา อดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เป็นเป้าหมายของทุกคน ทุกพรรค เราจะเป็นส่วนหนึ่ง เสวนาให้เกิดความสันติสุขชายแดนใต้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดบุคลหนึ่ง เพราะปัญหาบุคคลเป็นปัญหาชั่วคราว ระยะสั้น ส่วนปัญหาที่ลึกคือการแก้ปัญหาแนวความคิดที่มีความแตกต่าง เสนอต่อรัฐบาล สภา เพื่อให้พื้นที่เกิดความสันติสุขถาวรยั่งยืน
"ผมพึ่งได้รับอิสรภาพการเมือง เห็นว่าหัวใจของปัญหาจริงๆของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความคิดมาจากพื้นฐานของการศึกษา ถ้าสามารถสนับสนุนและแก้ปัญหาการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของประชาชนและสนองต่อสังคมชาติบ้านเมืองให้ได้ คือการแก้ปัญหาระยะยาว เพราะการศึกษาปรับความคิดของคนได้ และการศึกษาสามารถยกฐานครอบครัวจากยากจนสู่พอมีพอกินได้" นายวันมูหะหมัดนอร์ กล่าว







