
ยิ่งลักษณ์ถกพาณิชย์วันนี้ คาดสิ้นพ.ค.เริ่มคุมจานด่วน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า วันที่ 11 พ.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมากระทรวงพาณิชย์
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า วันที่ 11 พ.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมากระทรวงพาณิชย์
เพื่อประชุมหารือกับ รมว.พาณิชย์ และผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าและการยกระดับราคาสินค้าเกษตร ซึ่งกระทรวงจะรายงานมาตรการดูแลค่าครองชีพที่ดำเนินการอยู่ รวมทั้งผลจากการจัดทำโครงการธงฟ้าและการดูแลราคาสินค้าเกษตรให้เกษตรกร รวมทั้งนายกฯ จะเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงด้วย
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า บทลงโทษหลังเสนอ ครม.มีมติให้อาหารจานด่วนเป็นบัญชีควบคุม หากผู้ที่จำหน่ายอาหารเกินราคาควบคุมจะมีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งจะตรวจสอบการเสียภาษีของผู้ค้าด้วย หากเสียภาษีไม่ถูกต้องจะให้กรมสรรพากรดำเนินการต่อ โดยคาดว่าจะหาข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์ หรือไม่เกินสิ้นเดือน พ.ค.จะสามารถมีมาตรการออกมาบังคับใช้กับอาหารปรุงสำเร็จได้
วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว ว่า การกำหนดราคาควบคุมอาหารจานด่วนจะคุมราคาสูงสุดแต่ละรายการ และกลุ่มร้านค้าเป้าหมายที่จะควบคุม รวมถึงดูเรื่องค่าเช่าสถานที่ เพราะทำให้อาหารแพง โดยการกำหนดราคาควบคุมสูงสุดของอาหารแต่ละรายการ และกำหนดกลุ่มร้านค้าเป้าหมายที่จะต้องขายตามราคาควบคุมจะเน้นไปยังพื้นที่จำหน่ายอาหารแพง โดยเฉพาะใน 7 จังหวัดนำร่องที่รัฐบาลประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่จะใช้ควบคุมจะมีทั้งการกำหนดราคาสูงสุด เช่น ข้าวไข่เจียว อาจกำหนดราคาสูงสุดที่ไม่เกินจานละ 20 บาท ส่วนรายการอื่นๆ อาจจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยพื้นที่ที่ต้องเสียค่าเช่าแพง หรือในเขตตัวเมือง อาจจะกำหนดราคาสูงกว่าพื้นที่ย่านชานเมือง นอกจากนี้จะคุมราคาค่าเช่าพื้นที่และค่าส่วนแบ่งการขายต่อจาน สำหรับผู้ค้าในห้างค้าปลีกหรือในห้างสรรพสินค้าด้วย เพราะบางแห่งมีค่าเช่าสูงมากและบางแห่งคิดค่าส่วนแบ่งการขายจากผู้ค้าสูงถึง 40% ทำให้ผู้ค้าต้องขายอาหารแพงขึ้นตาม เป็นต้น
ด้านการตรึงค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือค่าเอฟทีไปอีกหนึ่งเดือน หรือเดือน พ.ค. สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้วิธีการแทรกแซงค่าไฟฟ้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้เสียกลไกและหลักการทำงาน ซึ่งเมื่อพิจารณามาแล้ว กฟผ.คงจะต้องแบกรับภาระเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท จากภาระค่าเอฟทีงวดก่อน ดังนั้นคงต้องไปเตรียมแนวทางจัดสรรเงินกู้มาเพิ่มเติมอีกเพื่อเสริมสภาพคล่องไว้







