posttoday
ฝ่ายค้านอัดแก้รธน.ให้อำนาจปธ.สภาเท่าศาล

ฝ่ายค้านอัดแก้รธน.ให้อำนาจปธ.สภาเท่าศาล

10 พฤษภาคม 2555

ถกแก้รธน.วันที่13 ฝ่ายค้านอัดให้อำนาจประธานรัฐสภาเท่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง

ถกแก้รธน.วันที่13 ฝ่ายค้านอัดให้อำนาจประธานรัฐสภาเท่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง   

ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณา​แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ... ที่มีการประชุมมาเป็นวันที่ 13 แล้วได้เริ่มต้นพิจารณาในมาตรา 291/13  เกี่ยวกับการจัดทำประชามติหลัง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ​ (ส.ส.ร.) จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ  โดยให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใน  7  วัน  และให้ กกต.ทำประชามติ ภายในไม่เกิน 60 วัน แต่ไม่น้อยกว่า 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากประธานรัฐสภา

จากนั้น​ให้กกต.ประกาศรับรองผลการออกเสียงประชามติให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันออกเสียงประชามติ  หากเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงเห็นชอบให้ดำเนินการ ตามมาตรา 291/14 คือให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป  หากคะแนนการออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป​ แล้วแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบ

นายธนา ชีรวินิจ สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื้อหาที่ระบุให้อำนาจ​ประธานรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสสร.ก่อนส่งให้กกต.ทำประชามติ ถือเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประธานรัฐสภาเหมือนมีอีกสถานะเท่ากับเป็นองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีอำนาจในการพิจารณาแทนศาลนรัฐธรรมนูญว่าร่างแก้ไขขัดต่อมาตรา 291/11 วรรค 5 หรือไม่

ทั้งนี้ มาตราดังกล่าว ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถมีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์​ ทำให้ นายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์  ประธานรัฐสภา ซึ่งนั่งเป็นประธานในที่ประชุมได้ทักท้วงขอให้นายธนาถอนคำพูดเพราะร่างฯไม่ได้ระบุว่าประธานรัฐสภามีอำนาจเช่นนั้น การพูดเช่นนั้นให้ประธานเสียหายในการประชุมร่วมรัฐสภาซึ่งตนเองจะไม่ให้พูดแล้ว

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในที่ประชุม​ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ผลัดการอภิปรายกันกว้างขวาง​​ ทำให้นายสมศักดิ์ ​กล่าวว่า โปรดกรุณาเกรงใจประชาชนด้วยครับ วันนี้การประชุมเข้าสู่วันที่ 13 แล้ว   ทั้งๆที่เอกสารมีเพียง 7หน้า แต่อภิปรายมา 13 วันยังไม่จบ ขอให้ทุกคนอภิปรายกระชับเพื่อให้เวลาน้อยลง ขอให้เข้าประเด็นอย่าขี่ม้าเลียบค่าย เรื่องไหนไม่ควร ก็ไม่น่าจะเอามาพูดเพราะวาระ 2 แล้วอายประชาชน ​เรื่องนี้ประชาชนเขาดูอยู่

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร อภิปรายว่า  การตรวจสอบรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่เป็นกระบวนการสำคัญ การวินิจฉัยน่าจะเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ การให้เป็นอำนาจประธานรัฐสภาและที่ประชุมรัฐสภา เป็นผู้พิจาณณา เท่ากับเป็นการใช้ดุลพินิจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

การจัดทำรัฐธรรมนูญยังเป็นนโยบายของรัฐบาล   หากให้เสียงข้างมากในรัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน การอ้างว่าไม่มีบทบัญญัติไหนที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญทำเรื่องนี้ได้นั้น  แต่ขณะเดียวกันไม่มี บทบัญญัติไหนให้อำนาจประธานรัฐสภาทำหน้าที่นี้ได้ด้วยเช่นกัน  

นายอภิิสิทธิ์ กล่าวว่า  เมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จควรนำกลับมาให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น ก่อนทำประชามติ  และเห็นว่าระยะเวลาทำประชามติควรเป็น  90 วัน จากเดิมท่ีกำหนดไว้ไม่เกิน 45-60  วันนับจากกกต.รับเรื่องจากประธานรัฐสภา

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ร่างฯ ที่กมธ.พิจารณามาเหมาะสมแล้ว   ส่วนกรณีกรอบเวลาในการทำประชามติที่กังวลว่าจะไม่เพียงพอต่อการทำให้ประชาชนเข้าใจถึงสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ  ในมาตราอื่น ระบุว่ามีต้องมีกระบวนการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนทุกภาค ​

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่