
ฝ่ายค้านอัดแก้รธน.ให้อำนาจปธ.สภาเท่าศาล
ถกแก้รธน.วันที่13 ฝ่ายค้านอัดให้อำนาจประธานรัฐสภาเท่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง
ถกแก้รธน.วันที่13 ฝ่ายค้านอัดให้อำนาจประธานรัฐสภาเท่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ... ที่มีการประชุมมาเป็นวันที่ 13 แล้วได้เริ่มต้นพิจารณาในมาตรา 291/13 เกี่ยวกับการจัดทำประชามติหลัง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ โดยให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใน 7 วัน และให้ กกต.ทำประชามติ ภายในไม่เกิน 60 วัน แต่ไม่น้อยกว่า 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากประธานรัฐสภา
จากนั้นให้กกต.ประกาศรับรองผลการออกเสียงประชามติให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันออกเสียงประชามติ หากเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงเห็นชอบให้ดำเนินการ ตามมาตรา 291/14 คือให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป หากคะแนนการออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป แล้วแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบ
นายธนา ชีรวินิจ สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื้อหาที่ระบุให้อำนาจประธานรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสสร.ก่อนส่งให้กกต.ทำประชามติ ถือเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประธานรัฐสภาเหมือนมีอีกสถานะเท่ากับเป็นองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีอำนาจในการพิจารณาแทนศาลนรัฐธรรมนูญว่าร่างแก้ไขขัดต่อมาตรา 291/11 วรรค 5 หรือไม่
ทั้งนี้ มาตราดังกล่าว ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถมีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ทำให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งนั่งเป็นประธานในที่ประชุมได้ทักท้วงขอให้นายธนาถอนคำพูดเพราะร่างฯไม่ได้ระบุว่าประธานรัฐสภามีอำนาจเช่นนั้น การพูดเช่นนั้นให้ประธานเสียหายในการประชุมร่วมรัฐสภาซึ่งตนเองจะไม่ให้พูดแล้ว
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในที่ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ผลัดการอภิปรายกันกว้างขวาง ทำให้นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โปรดกรุณาเกรงใจประชาชนด้วยครับ วันนี้การประชุมเข้าสู่วันที่ 13 แล้ว ทั้งๆที่เอกสารมีเพียง 7หน้า แต่อภิปรายมา 13 วันยังไม่จบ ขอให้ทุกคนอภิปรายกระชับเพื่อให้เวลาน้อยลง ขอให้เข้าประเด็นอย่าขี่ม้าเลียบค่าย เรื่องไหนไม่ควร ก็ไม่น่าจะเอามาพูดเพราะวาระ 2 แล้วอายประชาชน เรื่องนี้ประชาชนเขาดูอยู่
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร อภิปรายว่า การตรวจสอบรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่เป็นกระบวนการสำคัญ การวินิจฉัยน่าจะเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ การให้เป็นอำนาจประธานรัฐสภาและที่ประชุมรัฐสภา เป็นผู้พิจาณณา เท่ากับเป็นการใช้ดุลพินิจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
การจัดทำรัฐธรรมนูญยังเป็นนโยบายของรัฐบาล หากให้เสียงข้างมากในรัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน การอ้างว่าไม่มีบทบัญญัติไหนที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญทำเรื่องนี้ได้นั้น แต่ขณะเดียวกันไม่มี บทบัญญัติไหนให้อำนาจประธานรัฐสภาทำหน้าที่นี้ได้ด้วยเช่นกัน
นายอภิิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จควรนำกลับมาให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น ก่อนทำประชามติ และเห็นว่าระยะเวลาทำประชามติควรเป็น 90 วัน จากเดิมท่ีกำหนดไว้ไม่เกิน 45-60 วันนับจากกกต.รับเรื่องจากประธานรัฐสภา
นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ร่างฯ ที่กมธ.พิจารณามาเหมาะสมแล้ว ส่วนกรณีกรอบเวลาในการทำประชามติที่กังวลว่าจะไม่เพียงพอต่อการทำให้ประชาชนเข้าใจถึงสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ในมาตราอื่น ระบุว่ามีต้องมีกระบวนการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนทุกภาค







