posttoday
รายงานพิเศษ:งัดพรบ.ป้องภัยพลเรือนคู่พรบ.มั่นคงฯรัฐเฟ้นกฎหมายเอาชนะกฎหมู่

รายงานพิเศษ:งัดพรบ.ป้องภัยพลเรือนคู่พรบ.มั่นคงฯรัฐเฟ้นกฎหมายเอาชนะกฎหมู่

08 มีนาคม 2553

ถ้าลงลึกในรายละเอียดของพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ยังพบว่า  มีการครอบคลุมถึงการเข้ามาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีผลกระทบทางการเมืองด้วย

ถ้าลงลึกในรายละเอียดของพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ยังพบว่า  มีการครอบคลุมถึงการเข้ามาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีผลกระทบทางการเมืองด้วย

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

การซักซ้อมแผนรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค. ดูเหมือนว่าจะมีความพร้อมกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงแดงเผาเมืองเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วโดยเฉพาะการอาศัยเครื่องมือทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารพัดกฎหมายจะถูกเฟ้นออกมาปฏิบัติกับกลุ่มบุคคลที่เตรียมก่อความรุนแรงให้บ้านเมือง ท่ามกลางคำถามว่ารัฐบาลถึงเวลาหรือยังที่จะใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  ตามด้วย พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน หรือไต่ระดับไปถึงกฎอัยการศึก

เบื้องต้นในการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง(คตม.) วันนี้ จะมีการประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม การจับกุมกลุ่มบุคคลที่ส่อจะสร้างความรุนแรงให้บ้านเมือง  รวมถึงการรายงานสถานการณ์อาวุธสงครามหายจากคลังแสง กองพันทหารช่างที่401จ.พัทลุงจะเชื่อมโยงต่อการนำมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่

โดยทั้งหมดจะนำมาวิเคราะห์ถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ  ถึงแม้ฝ่ายรัฐมีความหวั่นวิตกจะเกิดเหตุรุนแรงแต่ระยะเวลาเกือบสัปดาห์ก่อนถึงวันที่ 14 มี.ค.  รัฐบาลมั่นใจถึงการจัดเตรียมกำลังไว้พร้อมแล้ว อีกทั้งการปรับสภาพคตม.ให้เป็นศูนย์อำนวยรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ตามโครงสร้างกม.ความมั่นคงฯสามารถดำเนินการได้ทันที

จึงเห็นว่าระหว่างนี้มีตัวเลือกอื่นที่เตรียมนำมาใช้ควบคู่กันไปด้วย  ซึ่งนอกจากประมวลกฎหมายวิอาญา อีกกฎหมายในภาวะปกติ คือการใช้พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน  ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.  2550  ตามตัวบทกฎหมายฉบับนี้  มองดูผิวเผิน อาจเข้าใจได้ว่า เป็นกฎหมายใช้บังคับกับการบรรเทาสาธารภัยทั่วไปอย่างเดียว อย่างเช่น เหตุการณ์สึนามิ ที่กฎหมายลักษณะนี้มีบทบาทอย่างมาก 

แต่ถ้าลงลึกในรายละเอียดของพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ยังพบว่า  มีการครอบคลุมถึงการเข้ามาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีผลกระทบทางการเมืองด้วย

ดังปรากฎในมาตรา 4 ให้นิยาม “การก่อวินากรรม”  หมายความ ว่า การกระทำใดๆ อันเป็นการมุ่งทำลายทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ หรือสิ่งอันเป็นสาธารณูปโภค หรือ การรบกวน ขัดขวางหน่วง เหนี่ยวระบบการปฏิบัติงานใดๆตลอดจนการประทุบร้ายต่อบุคคลอันเป็นการก่อให้เกิดวามปั่นป่วนทางการเมืองการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ

การจัดโครงสร้างการทำงานคล้ายคลึงกับพรบ.มั่นคงฯที่จะต้อง แต่งตั้งผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ตั้งศูนย์ อำนวยการ ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับนโยบายหนีไม่พ้น สุเทพ เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ขณะที่หน้าที่โดยตรงในการจัดการสถานการณ์จะเป็นบทบาทของผู้บริหารหน่วยงานพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด กทม. ตั้งแต่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่ากทม. เจ้าหน้าที่รัฐตำรวจทหาร อาสาสมัครภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการคลี่คลายสถานการณ์ 

มาตรา 6 ยังได้ระบุให้มีคณะกรรมการบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กปภ.ช.” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯซึ่งนายกฯมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รมว.มหาดดไทย เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง  ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผอ.สำนักงบประมาณ ผบตร. ผบ.สส. ผบ.ทบ.ผบ.ทร.ผบ.ทอ.  เลขาธิการสมช. และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินห้าคนซึ่งครม.แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผังเมือง และการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เป็นกรรมการ

เรียกได้ว่า ระดมทุกภาคส่วนและมีฝ่ายความมั่นคงอยู่ร่วมทำหน้าที่อย่างครบครัน

ขณะเดียวกันมีการกำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการ ลงไปถึงเจ้าพนักงานจะได้รับการคุ้มครองพ้นความผิดทั้งปวงในกรณีการปฏิบัติหน้าที่มิได้ประมาทเลินเล่อ อีกทั้งมีการกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานไว้ด้วย ตั้งแต่การระวางโทษจำคุก ทั้งจำทั้งปรับ

สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของนายกฯอภิสิทธิ์   วานนี้  ระบุว่า “วันที่ 8 มี.ค.  ผมจะคุยกับผู้ว่าฯกทม. ผู้อำนวยการเขต มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง  ซึ่งเราจะนำมาดูว่าเขาจะมาช่วยในการดูแลความเรียบร้อยด้วย เราจะพยายามระดมให้เจ้าหน้าที่มาทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น และออกข้อกำหนดบางเรื่องได้"

เช่นเดียวกับ สุเทพก็มีเปิดประเด็นได้รับรายงานอาจมีการก่อวินาศกรรมในช่วงการชุมนุมใหญ่ ซึ่งการก่อวินาศกรรรม ก็เข้านิยามตามกฎหมายฉบับนี้ในการบูรณาการเจ้าหน้าที่รัฐ อาสาสมัคร ภาคประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ 

เหตุผลของการนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า 1.รัฐบาลมีเครื่องมือทางกฎหมายที่จะควบคุมดูแลสถานการณ์จากเบาไปหาหนัก  2. ลดเสียงวิจารณ์การใช้กฎหมายเข้มข้นในเมื่อสถานการณ์ความรุนแรงยังไม่เกิด  และ 3. สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชาติ ที่จะเข้ามาร่วมกันดูแลบ้านเมือง 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่