
แม้วจนตรอก 14มี.ค.แตกหักสูง
ศึกครั้งนี้ จบที่ การแตกหักอย่างเดียว เพราะทักษิณต้องการใช้จังหวะที่ผลพวงคดียึดทรัพย์กำลังร้อนฉ่า ให้เกิดการนิรโทษกรรม อภัยโทษ ล้างไพ่ใหม่
ศึกครั้งนี้ จบที่ การแตกหักอย่างเดียว เพราะทักษิณต้องการใช้จังหวะที่ผลพวงคดียึดทรัพย์กำลังร้อนฉ่า ให้เกิดการนิรโทษกรรม อภัยโทษ ล้างไพ่ใหม่
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ศึกใหญ่ของประเทศไทยจากนี้ คือ การชุมนุมใหญ่ของ “คนเสื้อแดง” ในวันที่ 14 มี.ค. เพื่อกดดัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ยุบสภา
“ทักษิณ ชินวัตร” ในอารมณ์เดือดแค้นปลุกเร้าคนเสื้อแดงว่า 14 มี.ค. ประชาชนต้องเป็นฝ่ายชนะ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศนี้ต้องการความยุติธรรม
เป็นความยุติธรรมในแบบฉบับทักษิณ ที่เจ้าตัวขีดเส้นว่า เขาต้องไม่ผิดในคดียึดทรัพย์
“ถ้าเห็นใจผมก็ขอให้ 14 มี.ค. ที่สามเกลอชวนมาชุมนุมอย่างสันติ ให้ออกมากันเยอะๆ เพื่อบอกว่า เราไม่ต้องการหุ่นเชิดของคณะปฏิวัติ ประชาชนกำลังเดือดร้อน มีการใช้สื่อทำลายคนอื่นอย่างน่าไม่อาย”
“ผมขอแช่ง ถ้าผมโกงขอให้ผมตายใน 7 วัน ถ้าไม่โกงขอให้คนไทยได้ประชาธิปไตย มี.ค.นี้ สาธุ”
การปลุกระดมของทักษิณที่ออกมาโจมตีศาลทุกวันเลี้ยงกระแสคนเสื้อแดงให้เกิดความโมโห
โกรธศาลและอำมาตย์เพื่อให้บุกกรุงทำสงครามโค่นรัฐบาลในวันที่ 14 มี.ค.
ขณะที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งเป้าจะเกณฑ์มวลชนให้ได้มากที่สุด 1 ล้านคน เป็นประวัติศาสตร์การชุมนุมของประเทศไทย และหากมาได้จริง ก็จะบีบนวดอภิสิทธิ์ได้ง่าย
หลายฝ่ายเป็นห่วงว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะซ้ำรอย เหตุการณ์ป่วนเมือง “เมษาเลือด” หรือไม่ และจะกลายเป็น “มีนาทมิฬ” สร้างความวุ่นวายให้ประเทศบอบช้ำอีกครั้ง
ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ เริ่มมีเหตุการณ์ความรุนแรงถี่ขึ้น โดยเฉพาะระเบิดธนาคารกรุงเทพหลายจุดใน กทม.
การเผด็จศึกรัฐบาล จึงเข้าสู่จุดแตกหักด้วยปัจจัยของความรุนแรง!!!
แม้แต่คนในพรรคเพื่อไทยต่างก็ระทึกขวัญ ทำนายเหตุการณ์ไม่ได้ เพราะเชื่อว่าศึกใหญ่ของเสื้อแดงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะออกหัว ก้อย หรือกลาง
เสื้อแดงชนะ หรือแพ้ และจะลงเอยด้วยการยุบสภา รัฐบาลแห่งชาติ หรือปฏิวัติ???
ออกได้ทุกประตู...
ไม่สนแล้วกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเชื่อว่า รัฐบาลอาจอยู่ไม่ถึงเดือน เม.ย.
เพราะการชุมนุมใหญ่ด้วยมวลชนหลักแสนเฉียดล้าน ไม่มีทางคุมให้อยู่ในระเบียบ สันติ อหิงสาได้แน่ โอกาสเกิดความรุนแรงแบบสงครามกลางเมือง จลาจล มีสูง ไม่ว่าฝ่ายเสื้อแดงทำเอง ฝ่ายใต้ดินของแนวร่วมทักษิณ หรือรัฐเป็นผู้สร้างสถานการณ์
เครือข่ายทักษิณประเมินว่า ที่สุดแล้วการเผชิญหน้าครั้งนี้อาจต้องสังเวยด้วยเลือดเนื้อ หนักกว่านั้นอาจถึงขั้นมีคนเสียชีวิต ถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้
เพราะศึกแดงเดือดทั้งแผ่นดิน มีต้นทุนที่สูงมาก ลงแรงด้วยคนเรือนแสนเรือนล้าน หากยังทำอะไรรัฐบาลไม่ได้อีก งานนี้ก็อาจปิดบัญชีเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย
จากนี้ นับถอยหลังอีกเพียง 9 วัน ก็จะถึงวันดีเดย์เคลื่อนม้าเหล็กรถปิกอัพ 1 แสนคันบุกกรุงจากทั่วทุกภูมิภาค เริ่มวันที่ 12 มี.ค. ถึงกรุงเทพฯ วันที่ 14 มี.ค.
โค้งสุดท้ายก่อนปิดบัญชี แกนนำ นปช. เร่งเดินสายปลุกกระแสแดงทั่วแผ่นดิน โดยภาคอีสานจะปราศรัยใหญ่แสดงพลังวันที่ 5 มี.ค. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา วันที่ 7 มี.ค. ที่ จ.ระยอง วันที่ 8 มี.ค. ที่ จ.อ่างทอง และวันที่ 9 มี.ค. จ.แพร่
อย่างไรก็ตาม เป้า 1 ล้าน แม้จะดูเวอร์เกินจริง เพราะหากมาจริงกรุงเทพฯ ก็คงแตกแน่ ทว่ายอดจริงที่แกนนำเสื้อแดงตั้งเป้าคือ 35 แสนคน โดยกำหนดให้พื้นที่แดงเข้มอย่าง ภาคอีสาน ภาคเหนือ ต้องระดมให้ได้ภาคละ 1.5 แสนคน ที่เหลือภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก กทม. ใต้ รวม 1 แสนคน เฉลี่ยจังหวัดละ 5,00020,000 คน
แต่การจะขนทัพให้ได้ 5 แสนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว โดยเฉพาะปัญหาค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดทัพ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหารการกิน ฯลฯ
มีการคำนวณคร่าวๆ ว่า รถปิกอัพ 1 คัน หากต้องขนคนจำนวน 510 คน มาปักหลักอยู่กรุงเทพฯ แค่เพียง 3 วัน ต้องใช้เงินถึงหลักหมื่น ดังนั้นถ้ามาแสนคัน 1 ล้านคน ก็ตกพันล้านบาท
แว่วว่า ช่วงหลังทักษิณและบรรดาน้องๆ ชินวัตร จ่ายน้ำเลี้ยงเฉพาะงานใหญ่เท่านั้น เมื่อ นปช. เรียกชุมนุมใหญ่ ทำให้ สส. ต่างบ่นอุบ เพราะกลัวว่าจะต้องควักกระเป๋าเข้าเนื้อเป็นค่าน้ำมันให้เสื้อแดง
ล่าสุดมีคำยืนยันจากวอร์รูมทักษิณว่า ดูไบสั่งรบเต็มพิกัด!!
ทรัพยากรพร้อม ปัจจัยพร้อม ไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองให้ต้องกังวล
ระดับนโยบายไฟเขียว ให้ สส. เป็นพี่เลี้ยง ประสานงาน ขนมวลชนในพื้นที่ให้มามากที่สุด
และครั้งนี้เดิมพันสูง ไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้อง “แพ้ชนะ” จะไม่มีรบยืดเยื้อเป็นอันขาด
ยุทธศาสตร์รบ 14 มี.ค. ไม่ใช่แต่เฉพาะแดง นปช. ที่วางแผนเท่านั้น แต่วอร์รูมทักษิณทุกภาคส่วน
ทั้งฝ่ายเสื้อแดง บ้านเลขที่ 111109 ฝ่ายพูริตบูโรตึกชิน กระทั่งฝ่ายใต้ดิน ต่างเสนอสูตรมากมายให้คนใกล้ตัวทักษิณเคาะ
ทั้งแผนรุก แผนรับ ทำยังไงถึงจะปิดบัญชีรัฐบาลได้ โดยเสื้อแดงต้องไม่เพลี่ยงพล้ำเหมือนสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว
วอร์รูมทักษิณ แจ้งว่า จะเห็นอาการขยับของมวลชนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 810 มี.ค. โดยทันทีที่มาถึงกรุงวันที่ 14 มี.ค. จะเป็นวันดีเดย์เผด็จศึกรัฐบาลตั้งแต่วันแรก ขีดเส้นไม่เกิน 3 วันได้เห็นผล
อารมณ์เคียดแค้นจากผลพวงคดียึดทรัพย์ และการที่รัฐบาลเร่งเครื่องเดินหน้าเอาผิดทักษิณเพิ่มเติมอีก 10 กว่าคดี จะเป็นแรงส่งให้แดงคลั่ง จนรัฐบาลตั้งรับไม่อยู่
โดยเฉพาะเมื่อมีการดาวกระจาย เคลื่อนพลครั้งละหลักหมื่นไปปิดค่ายทหารในกรุงเทพฯ และอาจรวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เหนืออื่นใด บรรดาฮาร์ดคอร์ สายเหยี่ยวทั้งหลาย ที่เล็ง “บึ้มเดียว” ให้ป่วนเป็นผึ้งแตกรัง
ถ้ารัฐบาลคุมสถานการณ์จลาจลไม่อยู่ เมื่อนั้นรัฐบาลก็เป็นฝ่ายแพ้
ศึกครั้งนี้ จบที่ การแตกหักอย่างเดียว เพราะทักษิณต้องการใช้จังหวะที่ผลพวงคดียึดทรัพย์กำลังร้อนฉ่า ให้เกิดการนิรโทษกรรม อภัยโทษ ล้างไพ่ใหม่
ยุทธวิธีหนึ่งที่จะไปถึงเป้าหมาย คือ การสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงไปสู่การยุบสภา รัฐบาลแห่งชาติ หรือการปฏิวัติเพื่อความสมานฉันท์







