
เลขาธิการอาเซียน กลไกเจรจาสำคัญ
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 4 ในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาที่กำหนด
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 4 ในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาที่กำหนด
โดย..พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ให้อาเซียนขยายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญๆ รวมถึงการร่วมมือกับองค์การต่างๆ ที่เกี่ยวกับทรัพสินทางปัญญา ในฐานะกลุ่มประเทศอาเซียนไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ในส่วนของการเข้าร่วมประชุมและแสดงบทบาทอย่างแข็งขันในเวทีการประชุมต่างๆนั้น อาจทำในฐานะสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศได้ อย่างไรก็ตามอาเซียนเองก็ทราบว่า ในการเจรจาต่างๆ ในเวทีโลกนั้น ถ้าจะให้ประเทศอื่นๆ เขารับฟัง และอาเซียนมีอำนาจในการต่อรองจะต้องพยายามมีท่าทีร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
นอกจากนี้ ในการรับความช่วยเหลือหรือโครงการร่วมมือต่างๆ กับประเทศคู่ค้าจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาที่สมาชิกอาเซียนต่างคนต่างเจรจาจัดทำโครงการกันเองกับคู่เจรจา ปรากฏว่าจะมีโครงการที่ซ้ำซ้อนกันหลายโครงการโดยเฉพาะในเรื่องของการปราบปรามผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในการจัดทำเป้าหมายเชิงกลยุทธ์นี้ อาเซียนจึงเน้นประเด็นที่ว่าจะต้องจัดทำโครงการร่วมกันและไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน โดยให้ฝ่ายเลขาธิการอาเซียนเป็นผู้รับผิดชอบ
ในฉบับที่ผ่านมา ได้เขียนถึงแผนปฏิบัติงานที่จัดทำขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่4 ไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของการขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้า วันนี้ผู้เขียนจะขอเขียนต่อเลยดีกว่า เนื่องจากคู่ค้าของอาเซียนที่สำคัญมีทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ฯลฯ และผู้เขียนเพิ่งเขียนไปได้เพียง 2-3 ประเทศเท่านั้น
จะเห็นได้ว่า ในเรื่องของการติดต่อสัมพันธ์กับคู่ค้า/คู่เจรจา และการเข้าร่วมประชุมในเวทีโลก ผู้รับผิดชอบเป็นฝ่ายเลขาธิการอาเซียนทั้งหมด แทนที่จะเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศผลัดกันรับผิดชอบอย่างแผนปฏิบัติงานในเรื่องอื่นๆ อย่างเช่นที่ผ่านมาและที่จะเขียนถึงต่อไปในฉบับหน้า อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการแสดงให้นานาประเทศเห็นความเป็นกลุ่มก้อนของอาเซียน โดยเฉพาะในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถ้าเทียบกับประเทศที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มอย่างสหภาพยุโรป เขาตั้งเป็นสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหภาพยุโรปเลยด้วยซ้ำ การที่อาเซียนเปิดให้ฝ่ายเลขาธิการอาเซียนเข้ามาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเลขาธิการของอาเซียนในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ไม่เหมือนกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหภาพยุโรปที่มีทั้งสำนักงาน แต่สำนักเลขาธิการอาเซียนมีผู้รับผิดชอบดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพียง 2-3 คน ก็คงต้องดูกันต่อไปว่าจะรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายตามแผนได้ครบถ้วนแค่ไหนหรือไม่อย่างไร







