
มวลน้ำมหึมาเข้ากรุง1.6หมื่นล้านลบ.ม.
"ประชา"แถลงมวลน้ำไหลเข้ากรุงมีทั้งสิ้น 16,000ล้าน ลบ.ม. ระบายได้ 550 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ทหารเร่งสร้างแนวกั้นน้ำเพิ่ม 3 จุดสกัดน้ำถล่ม
"ประชา"แถลงมวลน้ำไหลเข้ากรุงมีทั้งสิ้น 16,000ล้าน ลบ.ม. ระบายได้ 550 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ทหารเร่งสร้างแนวกั้นน้ำเพิ่ม 3 จุดสกัดน้ำถล่ม
เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แถลงว่า ขณะนี้มวลน้ำทั้งหมดไม่รวมน้ำทะเลที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย อยู่ที่ 16,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แบ่งเป็นน้ำในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ 8,000 ล้าน ลบ.ม. ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี 6,000 ล้าน ลบ.ม.และพื้นที่โดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา 2,000 ล้าน ลบ.ม.
"น้ำทั้งหมดมีอัตราการไหลจาก จ.นครสวรรค์ 465 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ผ่านอยุธยาและผันลงทะเลได้ในปริมาณ 550 ล้านลบ.ม.ต่อวัน"พล.ต.อ.ประชากล่าว
สำหรับจังหวัดที่ประบภัยน้ำท่วมขณะนี้มีทั้งสิ้น 28 จังหวัด รุนแรง 10 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา หากรวม กทม.ด้วยเป็น 11 จังหวัด สั่งอพยพประชาชนแล้ว 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี
ทหารเร่งทำแนวกั้นสามโคก-รังสิต-ตลิ่งชันสกัดน้ำถล่มกรุง
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งทำแนวกั้นน้ำใน 3 จุด เพื่อสกัดน้ำเข้าสู่ กทม. คือ จุดสามโคก รังสิต ตลิ่งชัน รวมทั้งได้จัดทำแผนอพยพประชาชน โดยประชาชนที่จะต้องเร่งอพยพในอันดับแรก คือ กลุ่มที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และริมคลองทั้งหมด และขอร้องประชาชนอย่าเข้าทำลายแนวกั้นน้ำ เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรและหากน้ำท่วมทางการก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
"เวลานี้น้ำเหนือจะทยอยลงมา และจะวิกฤตสุดในวันที่ 16 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เราจะไปกั้นน้ำทั้งหมดคงไม่ได้ ซึ่งน่าจะเข้าใจ และขณะนี้กำลังจะทำแนวกั้นที่สอง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำจุดไหน ซึ่งเป็นจุดประวิงเวลาให้ประชาชนอพยพ"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ภาษีเจริญ มั่นใจยังคุมปริมาณได้
นายจตุรงค์ ผ่องลำเจียก ผอ.เขตเขตภาษีเจริญ เปิดเผยว่า สถานการณ์ระดับน้ำในคลองภาษีเจริญ ฝั่งธนบุรีหนึ่งในเส้นทางการระบายน้ำลงสู่ทะเลตามนโยบายของรัฐบาล ยังคงเป็นปกติระดับน้ำมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าเขื่อนถาวรตามตลิ่งประมาณ 30 - 40 ซม. และขณะนี้ได้มีการตรวจสอบสภาพของเครื่องสูบน้ำจำนวน 8 เครื่องเพื่อให้อยู่สภาพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาหากมีระดับปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลมาได้เพราะทางเขตได้มีการเตรียมการเอาไว้หมดแล้วและไม่มีพื้นที่ใดที่น่าเป็นห่วง
“ยอมรับว่าถ้าในระยะนี้มีฝนตกติดต่อกันลงมาเป็นจำนวนมากจะส่งผลให้ระดับน้ำในคลองภาษีเจริญสูงขึ้นแน่นอนและจะเป็นอุปสรรคต่อการระบาย เช่นเดียวกับ ถนนเพชรเกษม ซึ่งมีบางจุดอยู่ในระหว่างการก่อสร้างถ้าหากฝนตกหนักมากจะมีผลให้เกิดน้ำขังได้” นายจตุรงค์ กล่าว
ประสานโรงเรียนสังกัดกทม.เปิดเป็นศูนย์อพยพ
สำหรับการเตรียมรับมือหากเกิดน้ำท่วมสูงฉับพลันนั้นทางเขตภาษีเจริญได้ประสานไปยังโรงเรียนในสังกัดของกทม. เช่น โรงเรียนวัดจันทรประดิษฐ เป็นศูนย์กลางอพยพชั่วคราวก่อนเอาไว้แล้ว จึงอยากให้ประชาชนตามสองฝั่งคลองภาษีเจริญมั่นใจได้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่บานปลายแน่นอน
ขณะที่ บรรยากาศตรงบริเวณประตูระบายน้ำคลองภาษีเจริญซึ่งตั้งอยู่หน้าวัดปากน้ำยังเปิดการระบายน้ำตามปกติที่ไหลมาจากคลองบางกอกใหญ่และคลองด่าน อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำยังต่ำกว่าแนวเขื่อนกั้นอยู่ประมาณ 1 เมตร







