posttoday
ตรวจเส้นทางเงิน GT200

ตรวจเส้นทางเงิน GT200

19 กุมภาพันธ์ 2553

 ...เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

 ...เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

เป็นตลกร้ายอีกเรื่องสำหรับการเมืองไทย กรณีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT 200 ที่ไทยซื้อหามาใช้ในหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานทางทหารกำลังเป็นที่สนใจว่าใช้ได้จริงหรือไม่ ราคาแพงไปหรือเปล่า เพราะมีราคาเป็นล้านบาท ซึ่งเราคงทราบผลการพิสูจน์ไปแล้วว่ามีความแม่นยำเทียบเท่าการสุ่ม (4 เต็ม 20) ทั้งๆ ที่เครื่องมือดังกล่าวควรมีความแม่นยำ 99.99% เพราะเป็นเครื่องมือที่ชี้เป็นชี้ตายในเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม

ทั้งนี้ เครื่อง GT 200 หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Bomb Detector มีแหล่งผลิตอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีเครื่องลักษณะเดียวกันแต่เป็นรุ่นที่เรียกว่า ADE651 ผลิตขึ้นที่เมือง Somerset ประเทศอังกฤษ

เครื่อง ADE651 มี จิม แม็คคอร์มิก เป็นผู้นำไปขายให้กับอิรัก โดยอวดอ้างสรรพคุณว่าเครื่องนี้มีกล่องสมองกล (Black Box) ที่เชื่อมต่อกับเสาอากาศ ที่สามารถตรวจจับวัตถุระเบิดหรือวัตถุอื่นได้ตามชนิดของการ์ดที่นำมาใช้

จิม แม็คคอร์มิก อ้างต่อว่า เครื่อง ADE651 สามารถตรวจจับวัตถุระเบิดได้ภายในระยะไกลถึง 1 กิโลเมตร และสามารถตรวจจับวัตถุอื่นได้อีกตามแต่ชนิดของการ์ด เช่น การ์ดสำหรับเวลากลางคืน จะตรวจจับช้าง คน หรือธนบัตรชนิด 100 เหรียญสหรัฐ ได้

ตามสรรพคุณดังกล่าว รัฐบาลอิรักได้ซื้อเครื่อง ADE651 ไปในมูลค่าประมาณ 85 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ผลที่ตามมาคือเครื่องดังกล่าวล้มเหลวในการตรวจจับวัตถุระเบิด จนเป็นเหตุให้ประชาชนหลายร้อยคนต้องเสียชีวิต

สำนักข่าว BBC Newsnight ได้รายงานเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2553 ว่า รัฐบาลอังกฤษได้สั่งห้ามการส่งเครื่อง ADE651 หรือเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดอื่นที่มีลักษณะเดียวกันไปยังอิรักและอัฟกานิสถาน

เนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดในอิรักเมื่อเดือนธ.ค. 2552 ที่ทำให้คนตายกว่า 120 คน ทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่า มือระเบิดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้เครื่องดังกล่าวมาได้อย่างไร ถ้าเครื่อง ADE651 ใช้งานได้จริง

Newsnight ได้นำการ์ดสำหรับเครื่อง ADE651 ไปให้ มาร์คัส คุห์น ทำการตรวจทดสอบการ์ดต่างๆ ที่ห้องแล็บคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

ผลที่ออกมา มาร์คัส คุห์น บอกว่าไม่มีอะไรที่อยู่ในการ์ดเลย นอกจากแทกส์ (Tags) ที่ใช้ตรวจจับขโมยซึ่งใช้กันทั่วไปในห้างสรรพสินค้า จึงเป็นไปไม่ได้ที่เครื่อง ADE651 จะตรวจจับสารระเบิด เช่น TNT ได้

และในการ์ดต่างๆ ก็ไม่มีโปรแกรมอะไรบรรจุอยู่ ไม่มีหน่วยความจำ ไม่มีแผงควบคุมขนาดเล็ก (Microcontroller) จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีอะไรบรรจุอยู่ในการ์ดของเครื่อง ADE651

ราคาเครื่องแพงหรือไม่เป็นคำถามที่ตามมา แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะ Tags ที่อยู่ในการ์ดแล้ว Tags ดังกล่าวจะมีราคาประมาณ 2–3 เพนซ์เท่านั้น (Around two to three pence)

เครื่อง ADE651 ถูกขายไปหลายประเทศในตะวันออกกลาง และขายไกลมาถึงกรุงเทพฯ ด้วย ในราคาที่ตบตาอย่างมาก เพราะอิรักต้องซื้อเครื่องดังกล่าวเครื่องละ 4 หมื่นเหรียญสหรัฐ โดยที่ไม่มีประเทศใดทางตะวันตกซื้อเครื่องนี้เลย

เครื่อง Bomb Detector ที่มีขายในไทย รู้จักกันดีในชื่อรุ่น GT200 หรือรุ่นอัลฟา 6 ที่กำลังมีหลายหน่วยงานสนใจเข้าไปตรวจสอบว่า จะสามารถทำงานได้สมกับราคาที่ซื้อมาหรือไม่

หลายฝ่ายที่กำลังสงสัยหรืออยากพิสูจน์ ก็ไม่ควรมองข้ามรายงานจากต่างประเทศที่เขาผ่านการพิสูจน์กันไปแล้ว หรือจะแกล้งโง่กันต่อไป เพื่อช่วยเหลือใครบางคนบางกลุ่มหรือเปล่ามิทราบ

อย่างไรก็ตาม ผมได้เสนอให้คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา เพื่อติดตามเรื่องการใช้เงินงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวว่ามีการจ่ายปีไหนที่แต่ละหน่วยซื้อไป โดยจะนำรายละเอียดตรงนี้มาดู ซึ่งจะทำให้เราเห็นว่าบริษัทใดบ้างที่ขายให้กับหน่วยงานต่างๆ

หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบงบการเงินของบริษัทเหล่านี้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สามารถดูได้ ซึ่งราคาน่าจะตรงกันกับที่ราชการจ่ายเงินไปที่ต้องหักภาษี 1% เชื่อว่าการลงบัญชีน่าจะตรงกัน จากนั้นจะทำให้เราเห็นว่าต้นทุนของเครื่องมือดังกล่าวมีราคาเท่าไหร่ ได้กำไรเท่าใด นำเข้ามาจากไหน เพื่อดูว่าเงินผ่องถ่ายไปที่ไหน ถูกหรือผิดกฎหมายอย่างไร

ผมคิดว่าการตรวจสอบแบบนี้จะเห็นอีกภาพหนึ่งว่าการใช้เงินหลวงแบบนี้ชอบหรือไม่ชอบ รั่วไหลหรือไม่ เพราะถ้าเห็นว่าใช้ไม่ได้แล้วจะซื้อมาทำไม ต้องการอะไรหรือไม่ เราต้องการเห็นเส้นทางเงิน รวมถึงเรื่องการตรวจรับของที่ต้องดูรายละเอียดทั้งหมดว่าสัญญาเป็นอย่างไร มีการห้ามจริงหรือไม่ที่มีการบอกว่าซื้อของมาแล้วห้ามผ่าพิสูจน์ ทั้งที่ซื้อมาแล้วทำไมจึงผ่าไม่ได้ ทำให้สงสัยว่าของพวกนี้มันมีอะไรลึกลับซับซ้อน หรือว่าผ่าแล้วมันจะมีสารกัมมันตภาพรังสี ทำให้คนผ่าตาย หรือว่าผ่ามาแล้วจะเห็นว่ามัน “ไม่มีอะไร”

ทางกรรมาธิการและผมจะดูเอกสารที่มาที่ไปว่าใครกำหนดสเปก เหตุผลอะไรต้องซื้อด้วยวิธีพิเศษ รับฟังได้หรือไม่ ใครตรวจสอบประสิทธิภาพ ใครเป็นคนตั้งเรื่อง มีการพิสูจน์มาแล้วหรือไม่อย่างไร เอกสารราชการสามารถตรวจ สอบย้อนหลังได้ โดยขอข้อมูลจากกรมบัญชีกลางว่าหน่วยงานไหนใช้งบเท่าใด ใช้กับโครงการไหน เพื่อจะดูว่ากระบวนการทั้งหมดโปร่งใสหรือไม่ อีกไม่นานจะได้รู้กัน! m

หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิง BBC

NewsNewsnightExport ban for useless “Bomb Detector”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร