
ฝนซ้อมใหญ่ถล่มกรุง 15 พื้นที่ชั้นในอ่วม
ฝนที่ตกต่อเนื่องตลอดคืนจนถึงช่วงเช้าวันที่ 8 ต.ค. ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
ฝนที่ตกต่อเนื่องตลอดคืนจนถึงช่วงเช้าวันที่ 8 ต.ค. ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำลงได้ เพราะมีปริมาณน้ำเต็มคลองอยู่แล้ว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำเพิ่มเครื่องสูบน้ำอีก 1 เครื่อง จากเดิม 3 เป็น 4 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงคลองบางซื่อ พร้อมระบุว่า จุดดังกล่าวบริเวณถนนรัชดาภิเษกถือเป็นจุดอ่อน เนื่องจากทุกครั้งที่ฝนตกก็จะมีน้ำท่วมขังเป็นประจำ หลังจากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางไปตรวจถนนพหลโยธินสายหลัก ซึ่งมี 6 จุดเชื่อม จ.ปทุมธานี บริเวณริมคลองรังสิต ซึ่งจุดดังกล่าวมีปริมาณน้ำในคลองค่อนข้างมาก จึงได้สั่งให้เสริมกระสอบทรายทำแนวกั้นป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าท่วมเขตสายไหม เขตดอนเมือง และเขตหลักสี่ ซึ่งสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงมาก
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าจะมีน้ำเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ อาจทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น และกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะมีฝนตกมากในช่วง 2-3 วันนี้ จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ 27 ชุมชน ใน 13 เขต รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออก ถนนสายหลักที่เป็นจุดอ่อน เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต รามอินทรา บางกะปิ รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออกทั้งหมด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสองฝั่งนั้น ได้สร้างคันกั้นน้ำสูง 2.5 เมตร ยาว 30 กิโลเมตร แต่ยังมี 27 ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจึงทะลักเข้าท่วมจากจุดนี้ หากระดับน้ำเจ้าพระยาสูงไม่ถึงแนวคันกั้นน้ำ จะไม่มีน้ำท่วมในเขต กทม.ชั้นใน อย่างไรก็ตาม พื้นที่คลองหลายจุดยังคงมีน้ำเต็มทั้งหมด รวมถึงคลองแสนแสบ คลองประเวศ และคลองทวีวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่จะระบายน้ำออกอ่าวไทย” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ด้าน สัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หากน้ำสูงเกินจากคันกั้นน้ำที่ 2.5 เมตร บวกกับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนสูง กทม.ก็จะเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมในเขตรอบนอกฝั่งตะวันตก ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ซึ่งมีบ้านพักอาศัย 8 หมื่นหลังคาเรือน และฝั่งตะวันออกในพื้นที่ 300 ตร.กม.น่าห่วงสุด เพราะเป็นพื้นที่นอกคันกั้นน้ำพระราชดำริ ซึ่งมี 4 เขต คือ คลองสามวา หนองจอก มีนบุรี และลาดกระบัง ซึ่งมีคนอาศัยอยู่หลายหมื่นครัวเรือนเช่นกัน
“หากทั้ง 15 จุดเสี่ยงทั้ง 13 เขตของกรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้งหมดมีน้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุนเข้ามาพร้อมกันสูงสุดก็อาจเกิดน้ำท่วมได้ เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ซึ่งล่าสุด กทม.ได้ซื้อกระสอบทรายเพิ่มอีก 1.5 ล้านถุง พร้อมทั้งขุดลอกคลองให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังดูแลประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ และประสานกับกรมชลประทานช่วยบริหารจัดการน้ำผ่านคลองและอุโมงค์ลงสู่ทะเล ซึ่งปริมาณน้ำฝน กทม.รับมือได้เต็มที่ 1,500-1,600 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยารับได้ 3,000-3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ถ้าน้ำมามากเกินก็คงต้องยอมรับสภาพ” สัญญา กล่าว







